Tuesday, February 14, 2006

..สวนรถไฟ..

อดไม่ได้ที่จะเขียนถึงสวนรถไฟ ด้วยความเป็นคนที่รักสวนสาธารณะแห่งนี้มากๆ ..

หลังจากที่เคยสงสัยว่ามีเหตุอันใด ชมพูพันธุ์ทิพย์ที่สวนรถไฟถึงได้ไม่บานเต็มที่เหมือนเช่นทุกปี คราวนี้ ดิฉันมาถึงบางอ้อแล้วค่ะ คิดว่าหลายคนคงอยากรู้สมมติฐานที่ดิฉันคาดเดาขึ้นมาด้วยตัวเอง

เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดิฉันมีโอกาสที่ได้เข้าไปยังสถานดังกล่าว ซึ่งเป็นสถานที่ที่คิดว่าตัวเอง รักมากพอสมควร จากที่สังเกตตั้งแต่ เดินผ่านประตูสวนเข้าไป ดิฉันเห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ซึ่งมีแผ่นกระดาษอยู่ในมือ กำลังยืนนับจำนวนผู้คนที่ผ่านประตูเข้ามายังสวนรถไฟ คิดเอาเองนะคะว่าคงนับจำนวนเพื่อที่จะเป็นข้อมูล ใช้ในการเก็บค่าผ่านประตูเป็นรายหัว ในอนาคตแทนการเก็บเป็นรายคันของรถที่จะเข้าไปจอดยังบริเวณพื้นที่ของทางสวนรถไฟ

เดินไปอีกนิด ก็เห็นว่ามีเต้นท์ ตั้งอยู่บริเวณสวน ใกล้ๆทางเดินเข้าไป ตอนแรกกะจะเดินผ่านไปเฉยๆแต่ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น จึงชวนคนใกล้ตัวแวะเสียหน่อย ปรากฏว่า บริเวณเต้นท์ จัดประชาสัมพันธ์ในเรื่อง การเตรียมที่จะสร้างศูนย์การศึกษา และการกำจัดน้ำเสีย ในสวนรถไฟค่ะ ซึ่งในแผ่นพับที่แจกมา จะบอกรายละเอียด เรื่องการสร้างศูนย์ประชุม และมีห้องแสดงนิทรรศการอะไรสักอย่างนี่แหละ

แน่นอน ดิฉันก็ต้องคิดถึงตึก ที่ถูกสร้างขึ้นบริเวณสวนสาธารณะ ที่เขียวที่สุดในกรุงเทพ ถ้าเป็นการสร้างโรงแรมในพื้นที่ของภาคเอกชนคงไม่แปลกค่ะ แต่นี่ไม่เข้าใจว่าทำไม เข้าถึงได้คิดสร้างตึกในสวนสาธารณะก็ไม่ทราบได้ คิดดูสิว่า ต้นไม้จะถูกทำลายลงไปสักกี่ต้น พื้นที่สีเขียวของกรุงเทพมหานครจะถูกทำลายลงไปอีกสักแค่ไหน

ปกติแล้วที่สวนแห่งนี้ แต่ละครอบครัวจะพาลูกๆหลานๆมาวิ่งเล่น เดินเล่น หรือเด็กบางคนอาจจะลงไปเกลือกกลิ้งกับพื้นหญ้านุ่มๆได้ด้วยซ้ำ แต่นี่ เขาคิดจะให้เด็กไปวิ่งเล่นในตึกอักแล้วกระนั้นหรือ ตึกที่เป็นพื้นที่ของห้างสรรพสินค้า ในกรุงเทพ ยังมีไม่พออีกหรือที่จะให้เด็กเข้าไปสัมผัส? ศูนย์ประชุม หรือห้องประชุม ตามอาคารสูงรอบๆสวนยังมีไม่พอกระนั้นหรือ จึงต้องสร้างสิ่งพวกนี้ขึ้นอีก?

หลายปีที่แล้ว คิดว่าคงยังพอจำกันได้ เรื่องที่เคยมีคนคิดจะย้ายรัฐสภามาอยู่บริเวณที่เป็นที่ตั้งของสวนรถไฟ แต่ก็มีผู้ออกมาคัดค้านกันจนล้มเลิกความคิดนั้นไป แต่ตอนนี้ ไม่ทราบมีใครที่มีไอเดียบรรเจิด ที่จะสร้างตึกในสวนสาธารณะอีก ไม่เข้าใจว่าทำไม จ้องจะทำลายธรรมชาติกันไม่รู้จักจบจักสิ้น


นี่
แหละค่ะ เหตุผลที่ชมพูพันธุ์ทิพย์ถึงได้ไม่บาน ดิฉันคิดว่าต้นไม้ในสวนรถไฟคงไม่พอใจเหมือนกัน

4 Comments:

At 11:39 AM, Anonymous นกเล็ก said...

คุณ Xanax จริงๆแล้วเราว่าไม่ควรสร้าอาคารในสวนสาธารณะฃแต่ถ้าจะสร้างกันจริงๆ น่าจะมีการออกแบบอาคารให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด
เราเคยเข้าไปในอาคารนึงใน ตปท. ไม่รู้สึกว่ามันเป็นอาคาร
แต่รู้สึกว่า มันเป็นสวนแห่งนึง ข้างในมีสวนในตึง
มีน้ำตก มีที่นั่งพักผ่อน ราวกับอยู่ในสวรรค์ ^_^

 
At 1:54 PM, Anonymous maxmax said...

ฮัดเช้ยยยยยย .....เอาหวัดมาฝาก ....มีน้องคนนึงชอบไปปั่น จกย.ที่นี่ ไปถ่ายรูปด้วย แต่ยังไม่เห็นบ่นแบบนี้ไห้ฟังเลย แต่สงสัยอีกไม่นานได้หูชาเพราะเรื่องนี้แน่ ป้า ..อิอิ ..หวังว่าคงบายดีนะ

 
At 2:12 PM, Blogger hospitalgirl said...

นกเล็ก..เราคิดว่า ถ้าอยากสัมผัสสวนจริงๆ ควรจะเข้ามาสัมผัสโดยตรง ไม่ควรจะมีอาคารหรือผนังของอาคาร ไม่ว่าจะเป็นวัสดุใดๆก็ตามมาปิดกั้นบดบัง...จริงๆ สิ่งอวดล้อมเดี๋ยวนี้ถูกทำลายไปเพราะฝีมือของมนุษย์เรา เยอะมากๆๆๆๆๆๆ....คิดดูว่า อาคารที่จะสร้างต้องมีเครื่องปรับอากาศอีกแน่นอน..ระบายอากาศร้อนออกมาให้ต้นไม้อีกแล้ว...และทั้งนี้ทั้งนั้น ขณะที่ดำเนินการก่อสร้าง คิดดูสิว่า หนทางที่รถบรรทุกจะเข้าไป..กองกินกองทราย ที่จะทำลายสวน..จะมีมากสักเพียงไหน เราทนไม่ได้หรอกที่จะไม่ป่าวประกาศให้โลกรู้ว่า เขากำลังจะทำร้ายธรรมชาติ

 
At 2:14 PM, Blogger hospitalgirl said...

ถ้าไม่ได้เข้าไปดูที่เต้นท์คงไม่รู้เรื่องเหมือนกันน่ะ maxmax...คิดว่าคุณโอ๋ ไม่ได้ใส่ใจเต้นท์นั้นมั้ง..เฮ้อ!! เราก็เหมือนมดน่ะนะ..ทำอะไรมากไม่ได้หรอก..ได้แต่บ่นไปเท่านั้นแหละ สวนไม่ใช่ของเรานี่ // หายหวัดเร็วๆนะ maxmax อากาศเปลี่ยน รักษาสุขภาพด้วยจ้ะ

 

Post a Comment

<< Home