Monday, February 20, 2006

..แด จังกึม..

เห็นคนอื่นพูดถึงละครเกาหลี “แดจังกึม” กันทั่วบ้านทั่วเมือง

ช่วงแรกก็ไม่ได้ติดตามเหมือนชาวบ้านเขาหรอก แต่นึกแปลกใจว่า ทำไมถึงได้ติดกันงอมแงม แต่ไปมาๆ นึกยังไงก็ไม่รู้ ลองเปิดดู ปรากฏว่า ติดเหมือนกัน

เพิ่งดูมาได้ ประมาณ4-5ตอน เรื่องดำเนินได้สนุก น่าติดตาม ได้ข้อคิดหลายอย่าง แต่น่าสงสารนางเอกจัง ทำไมถึงได้แต่งเรื่องให้นางเอกมีชีวิตที่รันทน ถึงขนาดนั้นก็ไม่ทราบได้ แต่ก็ทึ่งเพราะ เธอช่างมีความอดทนเป็นเลิศ

ช่วงที่เพิ่งเริ่มดูตอนแรก นึกแปลกใจว่า ทำไมหนังเกาหลี แต่ตำราที่แพทย์ในเรื่องใช้ จึงได้เป็นอักษรจีนทั้งหมด อักษรประดับตามฝาผนังก็เช่นกัน ล้วนแล้วแต่เป็นอักษรจีนทั้งสิ้น แต่ก็มาถึงบางอ้อ เนื่องจากไตเติ้ลของเรื่องได้อธิบายว่า สมัยนั้น เกาหลีเป็นเมืองขึ้นของจีน ฉะนั้นเลยต้องใช้ภาษาจีน คิดว่าตัวอักษรของเกาหลี คงมีใช้ได้ไม่นานนัก


ในเรื่อง เห็นพระเอกเรียกนางเอกว่า "แม่นางซอ" เอ!! แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคำว่า "แด" กันแน่ แต่แรก ดิฉันเข้าใจว่า คำว่า แด ก็คือ แซ่ ของนางเอก แต่ดูไปดูมาไม่ยักกะใช่แฮะ คนใกล้ตัวบอกว่า คำว่า แด เขียนเหมือนอักษรจีนคำว่า "ต้า" ซึ่งแปลว่า ยิ่งใหญ่ หรือ ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็คือ คำว่า Great ( จึงกึม, The Great ..เข้าท่าเหมือนกันแฮะ) นี่กระมัง ชื่อเรื่องเลยใช้ชื่อว่า จอมนางแห่งวังหลวง

เท่านั้นยังไม่พอ ด้วยความที่เป็นคนช่างสงสัย (ถ้าเป็นเด็ก คงถูกเรียกว่า “เจ้าหนูจำไม” อย่างแน่นอน) จากการที่ติดตาม ละครเกาหลีเรื่องนี้ มา สังเกตว่า คนในราชวงค์ ไม่ว่าจะเป็น ฮ่องเต้ พระมเหสี หรือ พระพันปีก็ตาม (รวมทั้งพระสนมอีกคนหนึ่ง) ไม่เคยเห็นนั่งบนเก้าอี้เลย ดิฉันเห็นบุคคลดังกล่าวนั่งกับพื้น โดยตลอด ไม่ใช่ในเรื่องไม่มีเก้าอี้ให้นั่งนะคะ

เหล่าเสนาบดี เวลาประชุมก็นั่งบนเก้าอี้ หรือไม่ พวกแชซังกุง ก็นั่งคุยกับกิมยอง บนเก้าอี้ และอีกอย่าง นักโทษ เวลาถูกทำโทษก็ให้มานั่งบนเก้าอี้ทั้งนั้น แปลกนะคะ มีใครที่สงสัยเหมือนดิฉันบ้างรึเปล่านี่?

ไม่ว่าภาพยนตร์ของชาติไหนเท่าที่ติดตามชมมา ก็เห็นกษัตริย์ประทับบนบัลลังก์ กันทั้งนั้น แต่ของเกาหลีนี่แปลกดี เห็นนั่งกับพื้นตลอดเลย และท่านั่งจะเป็นท่าขัดสมาธิเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย แต่บางครั้ง ก็เอาเข่าขึ้นมาข้างหนึ่งด้วยซ้ำ (คิดว่าถ้านั่งนานคงเมื่อย เลยเปลี่ยนอิริยาบถ)

สรุปแล้วดูเรื่องนี้ก็ทำให้ได้ ความรู้ และแง่คิดอะไรได้มากมายหลายหลาก

แต่จะมีใครสังเกตเหมือนดิฉันบ้างมั้ยหนอ?

8 Comments:

At 11:36 AM, Blogger นายบอน..9bon said...

แหม ช่างสังเกตดีเหมือนกันนะครับ นายบอนก็สงสัยเหมือนกัน ไม่รู้ว่า มันคือโต๊ะประจำตำแหน่งหรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็น ฮ่องเต้ จนถึงแชซังกุง ก็จะนั่งที่โต๊ะในห้องส่วนตัว แล้วจะหยิบของในลิ้นชักออกมามอบให้คนที่มาหา เหมือนกับโต๊ะเป็นที่เก็บเอกสารส่วนตัวอะไรประมาณนั้น แต่ดูแล้วนั่งพื้นก็สะดวกดีนะครับ เวลาไม่ใช้โต๊ะก็ยกออก ทำให้ห้องกว้างขึ้น มีพื้นที่ใช้สอยได้คุ้มค่า

 
At 2:00 PM, Anonymous someone said...

หวัดดีจ๊ะ "เจ้าหนูจำไม" แต่ที่แน่ๆ นะ คนไข้ของคุณคงจะสบายใจได้ เพราะมีคนดูแลที่ช่างสังเกตอย่างนี้ เป้นคุณสมบัติที่ดีของ..ผู้ดูแล..จริงๆ :-)
ที่เขานั่งบนพื้นกันตลอดน่ะก็เพราะว่า สมัยก่อนพื้นบ้านของคนเกาหลีเขาจะมี Ondol ซึ่งเป็น hearted traditional floor ซึ่งจะทำให้ใต้พื้นอุ่นตลอดเวลา และก็ทำให้บ้านอุ่นด้วย โดยทั่วไปบ้านของเขาจะมีหลังคาต่ำ หน้าต่างและประตูน้อย เป็นห้องเล็กๆ และผนังหนา เหมาะกับลักษณะอากาศของเขานั้นแหละ ก็เหมือนบ้านเราที่พยายามสร้างให้โปร่ง สบายเพราะเราอยู่ร้อน-ชื้นหน่ะ ทุกคนก็คงต้องพยายามสร้างทุกอย่างให้เหมาะสมกับตัวเราเนอะ
เสียดายปีที่แล้วมีโอกาสไป Seoul แต่ไม่มีโอกาสได้สัมผัส traditional house ของเขาเลย เลยบอกความรู้สึกไม่ได้ว่าอุ่นกว่าบ้านเรามั้ย อิอิ :-)

 
At 2:24 PM, Anonymous someone said...

จ๊าก รีบไปหน่อย heat จ้า ไม่ใช่ heart ไม่เช่นนั้น หัวใจข้าคงจะโดนเหยียบย่ำตายแน่ๆ :-(

 
At 11:24 PM, Blogger hospitalgirl said...

สวัสดีค่ะคุณบอน..ต่างคนก็ต่างสันนิษฐานกันไปต่างๆนานา นะคะ ..คุณบอนก็จินตนาการบรรเจิดเหมือนกัน 5 5 5

 
At 11:26 PM, Blogger hospitalgirl said...

โอ!! ผู้รู้มาเองเลย..ขอบคุณมากนะคะคุณ someone..ที่มาให้ความกระจ่าง..ถึงบางอ้อแล้วล่ะค่ะ..ทึ่งนะคะกับ traditional house ของเกาหลี ของบ้านเรา นี่ ท่าทางจะหายไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลานะคะ

 
At 5:22 AM, Blogger hospitalgirl said...

5 5 5 คุณ someone (อีกที) ขำค่ะ กับอีกหนึ่งคอทเมนท์..ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น คงใช่อย่างที่คุณว่ามาแน่นอน..เละอีกอย่าง เมย์นึกถึงญี่ปุ่นค่ะ heated traditional house ต้องเหมือนกับ ประเทศญี่ปุ่นแน่เลย ที่เอาเท้าลงใปแช่ใต้โต๊ะ ให้มีความอบอุ่นได้..ดิฉันเข้าใจถูกใช่มั้ยนี่

 
At 8:39 AM, Anonymous someone said...

อาจจะคล้ายๆ กันก็ได้นะ เพราะญี่ปุ่นก็ได้ไปรุกรานและปกครองเกาหลีอยู่ตั้ง 35 ปี ก่อนสงครามโลกครั้งที่2 จะสงบลงด้วยระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา หรือไม่ก็เป็น traditional เฉพาะของเขาจริงๆ ที่คิดขึ้นมาเองก็ได้ อันนี้ไม่ ยืนยัน..นั่งยันจ๊ะ แต่ที่แน่ๆ ญีปุ่นน่ะต้อง onsen จ๊ะ ทนอาย..ทน(น้ำ)ร้อนหน่อย แต่ก็สบายตัวดีจ๊ะ อิอิ :-) ขึ้นจากอ่างมาต่อสาเกอีกหน่อย โอ้ย สุข..สงบ หลับสบายจ๊ะ 555
บ้านเรือนไทยของบ้านเราก็ค่อยๆ หายไปเรื่อยๆ มีแต่บ้านทรงฝรั่งอยู่เต็มไปหมด ซึ่งไม่เหมาะกับอากาศบ้านเราเลย เสร็จแล้วก็ต้องพึ่งพาแอร์คอนดิชั่นอีก เปลืองทรัพยากรของโลกต่อไป ถ้าเป็นไปได้ก็คงอยากออกไปอยู่นอกเมือง มีบ้านไม้ใต้ถุนสูงสักหลังก็คงจะเพียงพอแล้วชีวิตนี้ แต่ก็อีกนั้นแหละ เดี๋ยวนักอนุรักษ์มาว่าเอาอีกว่าตัดไม้ทำลายป่า เอ้ หรือพึ่งพาไม้ฝาเชอร่าดีกว่า 555 ;-)

 
At 1:01 PM, Blogger hospitalgirl said...

คุณ someone คะ..เพราะความเห็นแก่ตัวของคน เลยเดือดร้อนกันเป็นทอดๆ แบบนี้..พอติดแอร์ ก็ต้องปล่อยความร้อนออกมาข้างนอก ต้นไม้ก็รับไม่ไหว มีอยู่น้อยแล้วก็โดนตัดไปอีก..เป็นทอดๆ อย่างนี้แหละค่ะ..ใครมีเรือนไทยก็โชคดี ท่าทางจะไม่ร้อน..อยากมีสักหลัง อิอิ (ฝันไปรึเปล่านี่)

 

Post a Comment

<< Home