Tuesday, February 21, 2006

..ขยะ..


ช่วงเช้าๆ สังเกตกันบ้างไหมว่า ถ้าเดินไปตามทางเท้าในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร จะมีกลิ่นเหม็นโชยมา

โดยเฉพาะบริเวณป้ายรถประจำทาง ซึ่งบริเวณนี้จะมีถังขยะตั้งอยู่เรียงราย ไม่แปลกค่ะ เพราะสิ่งปฏิกูลย่อมมีกลิ่นไม่พึงประสงค์อยู่แล้ว

ถังขยะจะถูกแบ่งออกตามประเภทของขยะ ไม่ว่าจะเป็นขยะเปียกหรือขยะแห้ง แต่กรุงเทพมหานครอาจจะบกพร่องในเรื่องการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทุกคนได้ทราบ นั่นคือ ทราบได้ไม่ทั่วถึง ดังนั้นประชาชนจึงได้ทิ้งขยะกันอย่างผิดๆ ถูกๆ ซึ่งคนที่ลำบาก ก็คือ เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพที่มีหน้าที่ที่ต้องเก็บขยะไปทิ้ง อีกประเภทหนึ่งที่ลำบากก็คือ ผู้คนที่สัญจรไปมาในบริเวณนั้น ที่ต้องทนกับกลิ่นไม่พึงประสงค์ดังกล่าว

ถังขยะที่เราเห็นได้ทั่วไปตามที่สาธารณะ จะมีสีเขียว กับสีเหลือง แยกขยะออกเป็นขยะเปียกและขยะแห้ง ซึ่งประชาชนทั่วไปอาจจะสับสนกับขยะทั้งสองประเภทนี้ บางองค์กรจะแบ่งขยะในพื้นที่ของตัวเอง ได้ถึงสามหรือสี่ประเภทก็มี เช่น ขยะที่ย่อยสลายได้ง่าย (ของเน่าเสียได้ง่าย) ขยะที่สลายได้ยาก (recycle) และขยะอันตราย (สารเคมีต่างๆ) หรือ ที่บอกว่า สี่ประเภท ซึ่งประเภทที่สี่ ได้แก่ ขยะติดเชื้อ อันได้แก่ สารคัดหลั่งที่ออกจากร่างกายเราๆท่านๆ เช่นเลือดเป็นต้น

สังเกตว่าถังขยะที่อยู่ใกล้กับร้านอาหาร (หรือตลาด) ส่วนใหญ่มักจะเป็นร้านที่อยู่บริเวณทางเท้า ถังขยะพวกนี้จะมีกลิ่นเหม็นรุนแรงมาก เนื่องจาก เวลาร้านปิดขยะซึ่งเป็นพวกเศษอาหารก็จะถูก นำมาทิ้งในบริเวณนี้ หลายถุงทีเดียวเชียวแหละ ถุงใหญ่ๆทั้งนั้น ซึ่งไม่สามารถ ใส่ลงไปในถังขยะที่ทางราชการจัดมารองรับได้ กลิ่นก็จะตลบอบอวลอยู่แถวนั้น

บางวันตามทางเท้านั่นแหละ ร้านบางร้าน ก็จะราดน้ำออกมา ส่วนมากจะเป็นน้ำที่ชะล้าง พื้นที่ที่เป็นร้านของตัวเอง และน้ำที่ไหลออกมาจาก ร้าน ก็ไปเปรอะเปื้อน ทางเท้า และลงไปบนถนนด้วยซ้ำ ซึ่งดิฉันก็งงว่า ทำไม ทางหน่วยราชการไม่กวดขันในเรื่องนี้

ตาม พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาตรา 32 ประกาศไว้ว่า “ห้ามผู้ใด เทหรือทิ้งสิ่งปฏิกูล มูลฝอย หรือน้ำโสโครก หรือสิ่งอื่นใดลงบนถนน หรือทางน้ำ ” มาตรา 31 วรรค 2 ประกาศไว้ว่า “ ห้ามมิให้ผู้ใดทิ้งสิ่งปฏิกูล มูลฝอยในสถานสาธารณะนอกภาชนะ หรือที่ที่ราชการส่วนท้องถิ่นได้จัดไว้ ”

จากกฎหมายที่ได้หยิบยกมา ยังมีกฎหมายอีกหลายข้อที่ ยังเห็นประชาชนในบ้านเราฝ่าฝืน และเจ้าหน้าที่ของหน่วยราชการ ได้ปล่อยปะละเลย นั่นทำให้ประเทศเรา ขาดความเป็นระเบียบ ต่างกับประเทศอื่นที่ เขาจัดระเบียบบ้านเมืองของเขาได้สะอาดและสวยงาม

สาเหตุที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ความเห็นแก่ตัว ของคนที่คิดแต่ประโยชน์ส่วนตน โดยทำลายพื้นที่สาธารณะ ซึ่งคนหมู่มากต้องใช้ร่วมกัน

อันที่จริงหน่วยงานที่รับผิดชอบน่าจะเข้ามาจัดการ ในปัญหาพวกนี้ ไม่เช่นนั้น พวกเราก็ต้องบ่นอยู่อย่างนี้ หรือไม่ก็ อดทน สถานเดียว

บ่นมาจนจบแล้ว ขอตัวไปหาผ้ามาปิดจมูกก่อนนะคะ

4 Comments:

At 8:57 AM, Anonymous someone said...

ที่สำคัญที่สุดก็คงจะต้องเริ่มจากสามัญสำนึกความรับผิดชอบของคนในสังคมเนี่ยหล่ะ จุดเริ่มต้นที่เจ้าของขยะก่อน ถ้าเก็บกวาดรักษาพื้นที่ของตัวเองสะอาดเรียบร้อย ขยะใส่ถุงแยกเรียบร้อย คนมาเก็บขยะตามเวลาด้วยความเรีบร้อย ก็ไม่มีปัญหาอย่างที่เกิดขึ้น เคยเห็นสภาพย่านตลาดบางที่ในเวลาขายของเขา สิ่งของต่างๆ ดูเกะกะไม่สะอาดเรียบร้อย แต่พอตอนเก็บตลาดตอนเย็น-ค่ำ ก็ช่วยกันเก็บได้เรียบร้อยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน เช้าก็เริ่มกันใหม่อีกที ดูแล้วก็มีชีวิต-ชีวาอีกแบบ นี่แหละสำนึกรับผิดชอบ...ต่อตัวเองและสังคม :-) สุขสันต์วันอังคารจ๊ะ "แม่หนูจำไม"

 
At 12:57 PM, Blogger hospitalgirl said...

เห็นด้วยทุกประการค่ะคุณ someone ..แต่อย่างที่คุณ someone พูดมาหาได้ยากมากเลยนะคะ ตลาดที่ช่วยกันเก็บข้าวเก็บของแบบนั้น..คงเป็นประเทศอื่น ไม่ใช่บ้านเราใช่มั้ย?

 
At 3:41 PM, Anonymous someone said...

แฮะ แฮะ ทำไมรู้หล่ะ หรือว่าคนไทยเป็นอย่างนั้น จริงๆ -_-' ก็ไม่ใกล้ไม่ไกลบ้านเราหรอกจ๊ะ ...ประชากรของประเทศเป็นทรัพยากรที่มีค่าสูงสุดจริงๆ นะ การมีวินัยต่อหน้าที่ และจิตสำนึกที่ดี สร้างสังคมดีได้

 
At 5:11 PM, Blogger hospitalgirl said...

คุณ someoneคะ คนไทย สามารถรับสิ่งที่ดี และไม่ดีเข้ามาได้หมด..เพราะคนไทย..อะไรก็ได้..ทุกอย่างรับได้ จริงๆไม่ควรเป็นเช่นนั้น ควรจะรับแต่สิ่งที่ดีเข้ามาปฏิบัติแต่สิ่งที่ไม่ดี ไม่ควรนำมาใช้..ทำไงได้ล่ะคะ ทำอะไรตามใจคือไทยแท้ เป็นมาอย่างนี้ตั้งนานแล้วคงแก้ไขได้ยากค่ะ คุณ someone

 

Post a Comment

<< Home