Thursday, June 01, 2006

..ครอบครัวรักคุณ..


ขอเล่าเรื่องความรักอีกสักครั้งเถอะค่ะ ..

ครั้งนี้มาเล่าเรื่องความรักที่ขมขื่นดีกว่า หลังจากที่เคยเล่าเรื่องรักโรแมนติคหวานแหววไปหลายหนแล้ว

ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร เป็นที่รู้ๆอยู่ว่าอายุปูนนี้ ย่อมมีเรื่องอกหักเข้ามาในชีวิตอยู่แล้ว ไม่ใช่หนเดียวด้วย หลายหนเหมือนกัน นับแต่เราอกหักจากชาวบ้านนะคะ สำหรับเรื่องที่ชาวบ้านอกหักจากเรา เราก็ไม่ใส่ใจ เพราะต่างคนก็ควรจะรับผิดชอบชีวิตของตัวเอง จริงมั้ยคะ เกิดมาคนเดียวนี่นา ไม่ได้เกิดมาด้วยกัน พูดอย่างนี้เหมือนคนใจดำเลยนะคะ แต่จริงๆดิฉันไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำหรอก เพียงแต่เป็นคนที่ไม่ให้ความหวังใคร ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ไม่ใช่คบแล้วรอที่จะสลัดเพื่อไปหาคนที่ดีกว่า

เวรกรรม!! ว่าจะเล่าเรื่องรักรันทดของตัวเอง ไหงกลายเป็นแขวะคนอื่นเขาไปได้ ไม่ดีค่ะไม่ดี เอาเป็นว่า วกเข้าประเด็นที่อยากเล่าดีกว่านะคะ

เมื่อประมาณ 6-7ปีก่อน ดิฉันมีแฟนคนหนึ่ง เราคบกันได้ประมาณ ปีกว่า ตอนนั้นอายุประมาณ 28-29 นี่แหละ จะว่าเด็กก็ ไม่ใช่ อายุขนาดนั้นบางคนมีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวด้วยซ้ำ แต่อาจเป็นเพราะดิฉันถูกเลี้ยงให้เป็นเด็ก ยังอยู่ในอ้อมอกพ่อแม่เสมอ เลยไม่ค่อยมีความเป็นผู้ใหญ่เท่าไร แน่นอน คนที่มีความเป็นเด็กสูงมักต้องการการเอาอกเอาใจ ซึ่งบางทีมันก็มากเกินไป พอมารู้ตัวมันก็สายไปเสียแล้ว ไม่มีใครที่ทนได้เหมือนพ่อแม่พี่น้องเราหรอกค่ะ

เมื่อมีปัญหาทางใจ อาการมันก็ออกมาทางกาย อย่างที่ทราบดี นั่นคือใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว เมื่อใจมันป่วย กายมันก็ต้องป่วยด้วย งานการไม่ต้องทำกันเลย นอนไม่หลับ เวียนหัว คิดมาก โรคอะไรก็เป็นไปหมด กระเพาะก็ถามหา ข้าวปลาก็ไม่ต้องรับประทานกัน

ดิฉันใช้ชีวิตอยู่ที่หอพักของโรงพยาบาลเป็นส่วนใหญ่ค่ะ จำได้ว่าคืนหนึ่งรูมเมทไม่อยู่ ดิฉันเดินเป็นเสือติดจั่นอยู่ในห้อง หลังจากนั้นรู้สึกว่าตัวเองอยู่คนเดียวไม่ได้แน่ๆ เลยเรียกน้องสาวมารับกลับบ้าน ไม่กี่นาทีน้องก็มาถึง รับกลับบ้านดึกคืนนั้นเลย ดิฉันนอนร้องไห้ สะอึกสะอื้นทั้งคืน นอนกับแม่ทั้งพ่อทั้งแม่ปลอบใจ แต่พ่อจะเป็นคนที่ให้สติมากกว่า จำได้ว่า พ่อบอกว่า "อ่อนแอแบบนี้แล้วจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร?"

แต่ตอนนั้น ยังค่ะ ยังไม่ดีขึ้น สองสามวันหลังจากนั้นก็อาการออกอีก จากการที่รับประทานอาหารไม่ค่อยลง (หลายคนคงมีประสบการณ์ว่าอกหักแล้วกินข้าวไม่ลงนั้นอาการเป็นยังไง? อิอิ) คราวนี้ถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อเลยค่ะ เป็นไงล่ะคะ นอนให้น้ำเกลือไป 3-4วัน ซมเลย คนที่ทำให้เราอกหักก็ไม่ได้เข้ามาดูดำดูดีหรอกค่ะ คนที่ทุกข์ก็คือตัวเราเอง เสียงานเสียการ จำได้ว่าช่วงนั้นหยุดงานเป็นอาทิตย์เลย เดือดร้อนเพื่อนร่วมงาน ต้องมาทำงานแทนอีก ทุกข์ของชาวบ้านด้วย ดูสิ!!

หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาล คืนนั้น ก็ชวนน้องไปท่องราตรีอีก ช่วงนั้นเที่ยวประชดชีวิตเลยค่ะ เมาหัวราน้ำ ( ดื่มค็อกเทลก็เมาได้นะคะ) เชื่อไหมว่า ตอนนั้นกระแสละตินมาแรง ดิฉันไปเที่ยวละตินผับจนคุ้นกับพวกแดนเซอร์ บางคืนผับปิดแล้วยังชวนกันกับน้องสาวขับรถไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่พัทยากันต่อ เคยมีหนหนึ่ง น้องไปใส่บาตรที่ตลาดพัทยาต่อได้เลย และขับรถกลับบ้านตอนรุ่งเช้าหลังจากพระอาทิตย์พ้นขอบฟ้าขึ้นมาแล้ว โชคดีที่พวกเราไม่ได้ ไปรู้จักใครใหม่สุ่มสี่สุ่มห้าในสถานบันเทิงดังกล่าว ระวังตัวค่ะเพราะคิดว่าอันตรายมากเหมือนกัน ที่จำเป็นต้องกลับเพราะที่บ้านโทรศัพท์ตามตัวด้วยความเป็นห่วง

ช่วงที่ดิฉันออกจากโรงพยาบาล ได้ยามาประมาณ 11 ชนิดเรียกว่ารับประทานแทนข้าวได้เลย ตอนนั้นคุณย่า (สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่) เห็น ท่านถามถึงเหตุผลที่ใช้ยาเยอะแยะ มากมายถึงขนาดนั้น ด้วยความเป็นห่วง ท่านจับตาดูดิฉันแทบทุกฝีก้าว ขนาดที่ดิฉันเข้าครัวท่านยังตามเข้าไปคุยด้วย ทั้งคุณอา น้องสาว ไม่มีใครที่ไม่ห่วงดิฉัน จำคำพูดคำหนึ่งที่คุณอาบอก ท่านบอกว่า “คิดอะไรอย่าคิดเอง ให้คนอื่นช่วยคิด เพราะคิดเองมันจะวนอยู่และหาทางออกไม่ได้” (คนอื่นที่ให้ช่วยคิดนี่ ไม่ได้หมายความว่าให้พากันหลงทางนะคะ)

ย้อนมองกลับไปยังวันนั้น ดิฉันสามารถจะยิ้มให้กับเหตุการณ์เหล่านั้นได้ ทั้งนี้อยู่ที่ใจของตัวเองด้วยค่ะ อาศัยเวลาและใจที่เข้มแข็ง ความรักที่ผิดหวังนั้น ขอให้เป็นวัคซีนที่จะป้องกันเราสำหรับความรักในครั้งต่อไป เป็นบทเรียนเพื่อจะสอนเราให้มีความรักครั้งใหม่ที่สวยสดงดงาม เราสร้างได้ด้วยมือเรานะคะ

ดิฉันว่า เมื่อเราเป็นทุกข์ เราอาจจะคิดว่าเราทุกข์คนเดียว เหมือนเราอยู่ในโลกคนเดียว จมอยู่กับความทุกข์ แต่คนที่ทุกข์กับเราด้วยคือทุกคนที่อยู่ในครอบครัวเราค่ะ หลายครั้งแล้วที่ดิฉันพร่ำให้สถาบันครอบครัวหันมาสนใจเด็ก แต่คราวนี้ อยากจะให้เด็กๆ หันกลับมาหาครอบครัวบ้าง

อย่าลืมว่า คนในครอบครัว รักคุณนะคะ ..


( ภาพ : Summer Memories โดย Pollera Daniel )

20 Comments:

At 4:22 AM, Blogger PaTTaMONE said...

เข้ามาอ่านแล้วค่ะ..แต่ยังคิดไม่ออก..ว่าจะให้ความเห็นว่าอะไรดี..ขอเก็บตัว..ไปคิดก่อนคะ ^_^

 
At 8:17 AM, Anonymous Anonymous said...

^_________^

 
At 8:31 AM, Anonymous someone said...

:-) จ๊ะ ครอบครัวอบอุ่นแล้ว ก็ไม่รู้จะไปหาความอบอุ่นที่อื่นอีกทำไมเนอะ
..อกหักเพียงครั้งยังไม่ตาย ..เป็นแค่วัคซีนที่ทำให้เราไม่เป็นอีกเท่านั้นเอง ใช่ป่ะคุณเมย์ ขอให้มีสติให้ผ่านช่วงเวลาอันตรายของชีวิตให้ได้ก็พอเนอะ
สุขสันต์วันศุกร์จ๊ะ ..อีกวันเดียวก็หยุดแล้ว ^__^

 
At 10:02 AM, Blogger hospitalgirl said...

น้องปัทม์คะ ยังไม่ต้องคิดอะไรตอนนี้ค่ะ อ่านแล้วค่อยๆไตร่ตรอง..ดีกว่า..พี่เล่าประสบการณ์ชีวิตให้ฟังจ้ะ..เผื่อเด็กๆ เอาไปอ่าน ..คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับเด็กๆได้บ้างนะคะ :)

 
At 10:02 AM, Blogger hospitalgirl said...

คุณ anonymous...ขอบคุณสำหรับรอยยิ้ม ที่สดใสในเช้าวันนี้..ทำงานด้วยใจที่เป็นสุขนะคะ // see you :)

 
At 10:05 AM, Blogger hospitalgirl said...

สุขสันต์วันศุกร์ค่ะคุณ someone...เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่ออยากให้คิดถึงสถาบันครอบครัวค่ะ...เดี๋ยวนี้เห็นเด็กๆ ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับพ่อแม่ หรือญาติพี่น้องที่บ้านนัก เวลามีปัญหา บ่อยครั้งที่จะนำมาเล่าให้เพื่อนในอินเตอร์เน็ตฟังมากกว่า เจอคนดีก็ดีไป แต่เจอไม่ดีนี่สิน่ากลัวค่ะ เมย์ว่า ยังไงก็อยากให้หันกลับไปหาครอบครัวกันบ้าง :)// เที่ยวหัวหินให้สนุกนะคะ เมย์ก็ว่าจะไปเหมือนกัน แต่ยังไงจะคิดอีกที

 
At 10:13 AM, Anonymous นู๋ปัทม์ said...

อิอิ..
ที่หนูบอกว่า..ยังไม่มีความเห็นเพราะ..
ไม่คิดว่า..ผู้หญิงน่ารักๆ อย่างพี่เมย์..จะมีใครมาหักอกได้ลงคอ..ต่างหากละค่ะ..
ก็เลย..ไม่รู้ว่าจะเขียนอะไร
..
ใช่แล้วค่ะ..ครอบครัวรักเราที่สุด..รักมากๆ ด้วย..
หนูกะพี่เมย์คิดเหมือนกันเลยค่ะ..เรื่องเกิดมาคนเดียว..
..
สำหรับหนู..บางครั้ง..หนูไม่ได้รู้สึกว่า..อยากจะมีคู่ครอง..ไม่ได้อยากเป็นภรรยา..ไม่ได้อยากมีสามี..แต่ก็ต้องยอมรับว่า..อยากมีเพื่อน..อยากมีใครสักคน..ที่รักและเข้าใจเรา..แต่เค้าไม่จำเป็นต้องเป็น..คู่ครองเรา..เราเป็นเพื่อนกันได้มั้ยค่ะ..
..
ตอนหนูอกหัก..(หนูบอกเลิกเค้า..แล้วเสียใจเอง)..หนูก็เคยรู้สึกอยากทำแบบนั้นค่ะ..แต่หนูไม่ทำ..หนูเอาความเครียด..ความเศร้า..ไประบายกับการออกกำลังกายแทน..เพราะพอเราเหนื่อย..เราก็จะหลับ..
ตื่นมา..วันใหม่..ถ้ายังเศร้าอีก..ก็ไปออกกำลังกาย..ให้เหนื่อยไปเลย..
พี่เมย์ลองดูนะคะ..เวลามีอะไรไม่สบายใจ..ออกกำลังกายช่วยได้นะคะ..
..
ด้วยรักและเป็นห่วงค่ะ

 
At 10:15 AM, Anonymous นู๋ปัทม์ said...

สุขสันต์วันศุกร์ทุกคนค่ะ..^__^
..
สวัสดีคุณ anonymous ค่ะ..
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ..>.<
..
พี่ someone ค่ะ หนูดีใจมากเลย..ที่พี่ไปเยี่ยมบ้านหนู..ขอบคุณค่ะ..อิอิ..>_<
..

 
At 10:37 AM, Blogger hospitalgirl said...

น้องปัทม์คะ..ดีใจที่น้องปัทม์เป็นเด็กดีค่ะ..พี่อยากให้บ้านเรามีเด็กดีแบบน้องปัทม์นี่แหละค่ะ หลายคนเชื่อเพื่อนมากกว่าพ่อแม่ มีเพื่อนดีก็ดีไป แต่ถ้าพบเพื่อนที่ไม่ดีก็พากันแย่..เดี๋ยวนี้โลกเราไปไกลด้วยยิ่งสังคมแบบอินเตอร์เน็ตยิ่งน่ากลัวค่ะ วัยที่เรียกว่าวัยใสนี่ยิ่งถูกชักจูงง่ายค่ะ..หลายคนไม่รู้จักยั้งคิดและหลายคนก็มักจะฉวยโอกาสตอนที่คนกำลังมีจิตใจอ่อนแอ //สำหรับพี่ ผ่านวัยนั้นมาแล้ว...เลยเอามาเล่าให้ฟังค่ะ..ตอนนี้ ไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้วนี่ มองโลกแบบผู้หใญ่มองแล้วมั้งคะ...อีกอย่างมีคนดีๆ อยู่ข้างๆ ก็มีผลดีต่อชีวิตเรามากๆด้วยแหละค่ะ ...ตอนนี้บอกให้ออกกำลังกายพี่ก็ไม่มีเวลาแล้วก็แรงแล้วล่ะค่ะ 5 5 5

 
At 10:41 AM, Anonymous someone said...

นั่นน่ะสินะ กลายเป็นว่าเรามีความสนิทสนมกับโลกไซเบอร์มากกว่าครอบครัวซะแล้ว ..ผู้ใหญ่บอกไว้ว่าทำอะไรต้องมีสติ ..มีสติติดตัวไว้ตลอดเวลานะจำไว้ (บอกตัวเองจ๊ะ อิอิ)
ท่าทางจะไม่ได้ไปเสียแล้วคุณเมย์ สงสัยเป็นหวัดอีกแล้ว แง แง ..ปวดเมื่อยเนื้อตัว เจ็บคอ ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว กินยาแล้วก็ยังไม่ดีขึ้นเลย ว่าจะไปเย็นนี้นะเนี่ย ...
น้องปัทม์ ^__^ ดีจ๊ะ ออกกำลังกายเป็นประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ พี่ก็คิดว่าทั้งเป็นคนทิ้งและถูกทิ้งก็เสียใจทั้งนั้นแหละจ๊ะ พี่ก็เจอมาทั้งสองแบบ เสียใจน่ะใช่ แต่เราก็มีหน้าที่ของชีวิตอื่นๆ ที่ต้องทำอยู่..ร้องไห้ได้แต่ก็หยุดร้องให้เร็วที่สุดนะจ๊ะ
ตอนนี้พี่กำลังซ่อมจักรยานอยู่ ว่าจะทำสีใหม่ให้ไฉไลซะหน่อย ก่อนเอาออกซิ่งไปศูนย์กีฬาใกล้บ้าน..ป่ะไปด้วยกัน :-)

 
At 11:44 AM, Blogger hospitalgirl said...

ใช่แล้วค่ะคุณ someone เมย์ก็ยอมรับว่าใช้เวลาให้กับตัวอักษรมากเหมือนกัน (ช่วงหลังเลยชอบทำตัวเป็นคนพิสูจน์อักษร แต่ตัวเอง ก็มักจะพิมพ์ผิดอยู่เสมอๆ อิอิ) ...เอาเป็นว่าช่วยๆกันเตอนสติ ให้เราเห็นความสำคัญของคนที่เราควรจะให้ความสำคัญกันดีกว่านะคะ :) // อดไปหัวหิน น่าเสียดาย..เดี๋ยวถ้าเมย์มีโอกาสไปจะเที่ยวเผื่อนะคะ อิอิอิ/// เรื่องนี้ เอาไปเขียนที่บล็อคโน้น แล้วแล้วโดนว่า "ใจแคบค่ะ" คงจริงๆเลย ..เห็นรึยังคะ คคห.ที่1 น่ะ..อ่านแล้ว ขำดีนะคะ คุณ someone คนเรามักจะตัดสินคนจากความรู้สึกของตัวเองจริงๆ..ให้ตายเหอะ

 
At 1:42 PM, Anonymous someone said...

นานาจิตตังจ๊ะ... บางทีเขาอาจจะอ่านแบบผ่านๆ ไป บางช่วงบางตอนอาจจะไปกระทบใจเข้าละมั้ง... คนก็คือคน มีมากมาย หลากหลาย มาอยู่รวมกัน ยิ่งมากคนก็ยิ่งมากความ..ถึงได้ชอบที่นี่มากกว่า :-)

 
At 2:15 PM, Blogger hospitalgirl said...

จริงๆที่นี่เงียบสงบดีนะคะ คุยได้ได้มากกว่าบล็อคโน้น..เห็นด้วย กับมากคนก็มากความ...เคยเห็นหน้าหนึ่งผู้จัดการค่ะ โต้กัน ด่าว่ากันซะน่ากลัวเลย...แต่ที่ MBlog บางช่วงก็ใช่ย่อย (หมายถึงเมย์นะคะ เอิ๊กๆๆๆๆ..ใครมายังไงก็ไปอย่างงั้น ฮี่ๆๆๆๆ ;p)

 
At 7:17 PM, Anonymous lonelyheart said...

มาทักทายนิดนึงครับ ไม่กล้าอยู่นานกลัวโดนโรคติดต่อ (อกหัก) 55555 ตอนนี้ก็จะเอาตัวไม่รอดแล้ววว

 
At 7:36 PM, Anonymous Anonymous said...

พี่ว่าปัทม์ไปแคลิฟอร์เนียฟิตเนสเลยแน่ๆ มันเยอะมาก .. ถ้าอกหักต้องไปแน่ๆ ออกกำลังกายให้สลบไปเลย ไว้ไปด้วยกันนะน้อง.. ^______________^

 
At 7:39 PM, Blogger hospitalgirl said...

คุณ lonelyheart กะจะทำสถิติอกหักเหรอคะ เอาซักกี่ปีดี ..จะได้บันทึกเป็นสถิติ...อิอิ ล้อเล่นค่ะ (จริงๆเมย์ไม่เชื่อหรอก เพราะ สาวญี่ปุ่นน่ารักจะตาย บรรยากาศที่นั่นก็น่าจะดี...เหอ เหอ เหอ คุณ lonelyheart ขี้โม้ )...

 
At 11:34 PM, Anonymous lonelyheart said...

อ้าวว มาว่าผมโม้เฉยยย คุณเมย์นี่

ถึงแม้ที่นี่สาวจะน่ารัก บรรยากาศดี แต่ผมก็ชอบสาวไทยครับ เพราะมีความอ่อนหวาน น่ารักกว่าเยอะ แต่ไม่อยากที่จะอกหัก 555 กลับไปตายรังที่บ้านเราดีกว่า...

อ้อ สาวๆ ที่นี่กินเบียร์ สูบบุหรี่กันซะมากครับ ม่ายหวายยย รับไม่ได้จริงๆ

 
At 12:41 PM, Anonymous นู๋ปัทม์ said...

>ขอบคุณพี่เมย์..ที่เชื่อว่าหนูเป็นเด็กดีค่ะ..ดีใจจังเลย..
>เสียดายแทนเลย...พี่ someone อดไปเที่ยว..
แต่ไม่เป็นไร..วันข้างหน้ายังมี..^_^
>พี่ anonymous แหม...ฟิตเนสก็มีไปบ้างค่ะ..อิอิ..กลายเป็นว่า ช่วงอกหัก..ใจไม่ดี..แต่สุขภาพดีค่ะ..เอิ้กๆ...แต่ช่วงมีความสุข..สุขภาพจะแย่ค่ะ..อิอิ..
>พี่ lonelyheart ค่ะ..เค้าเลิกอกหักกันแล้วค่ะ..แต่จะว่าไป..เค้าว่ากันว่า..อกหักดีกว่ารักไม่เป็นน่ะคะ..แต่ช่วงอกหัก..บอกตัวเองว่า "รักไม่เป็นยังจะดีซะกว่า.."

รักที่นี้ค่ะ..อบอุ่นดี..
แต่ตอนนี้หนู..ต้องไปแล้วค่ะ..

ไว้หนูจะเข้ามาใหม่นะคะ..
คิดถึง...พี่ๆ ทุกคนค่ะ...

 
At 12:20 AM, Blogger hospitalgirl said...

อิอิอิ คุณ lonelyheart คะ..สาวไทยที่โน่นไม่มีบ้างก๊ะ? ..เดี๋ยวนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไป เมย์ว่า สาวที่ไหนก็เหมือนกันนะคะ ตาดีได้ ตาร้ายเสีย ฮี่ๆๆๆ

 
At 12:22 AM, Blogger hospitalgirl said...

น้องปัทม์..ไปไหนเอ่ย? 5 5 5 ท่าทางจะง่วงนอนใช่มั้ยล่า เอิ้กๆๆ // พี่ว่าพี่ someone น่ะ ไม่ได้ไป jazz festival ..ดีแล้วล่ะค่ะ เพราะ เหมือนงานวัดเลย...ไม่รู้จะไปทำไมเหมือนกัน ปีนี้จัดได้แย่ๆมากๆ

 

Post a Comment

<< Home