Monday, March 13, 2006

..ชมพูพันธุ์ทิพย์..





หลังจากที่หลายคนพูดถึงชมพูพันธุ์ทิพย์ หนึ่งในนั้นก็คือตัวดิฉันเอง

คงยังจำได้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พวกเราจะเห็นดอกชมพูพันธุ์ทิพย์บานทั้งเมือง มองแล้วสดชื่น สบายตาสบายใจ บางคนเข้าใจผิดว่า ชมพูพันธุ์ทิพย์คือซากุระเมืองไทย แต่จริงๆ หาได้ใช่เช่นนั้นไม่ ชมพูพันธุ์ทิพย์ มีชื่อ ทางวิทยาศาสตร์ว่า Tebebuia rosea (Bertol.) DC.

ส่วนซากุระเมืองไทย นั้น คือต้นไม้ที่มีชื่อว่า "นางพญาเสือโคร่ง" หรือชมพูภูพิงค์ ต่างหาก ต้นไม้ชนิดมีชื่อทาง วิทยาศาสตร์ว่า Prunus cerasoides


ต้นนางพญาเสือโคร่ง จะมีดอกสีชมพูบานเต็มต้น กลีบดอกจะคล้ายคลึงกับดอกซากุระมาก ต้นไม้ชนิดนี้จะมีอยู่ตามภูเขาทางภาคเหนือของบ้านเราค่ะ ที่เห็นเยอะๆ ก็ที่ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย แต่ต้องไปดูช่วงเดือนกุมภาพันธ์นะคะ ช่วงนั้น ซากุระ (เมืองไทย) จะบานเต็มดอย สวยงามมากๆ

เอาล่ะค่ะ นอกเรื่องมาเยอะแล้ว มาพูดถึงชมพูพันธุ์ทิพย์กันดีกว่า แต่เสียดายที่บานได้เพียงไม่นาน หลังจากนั้นไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ ดอกก็ร่วงกราว หายไปจากต้นจนหมด

กระนั้น ดิฉันยังมีพอความหวังอยู่บ้าง คิดว่าคงยังพอมีชมพูพันธุ์ทิพย์บางต้นหลงเหลือดอกให้ดิฉันได้ยลอยู่บ้าง เมื่อคิดดังนั้นจึงไม่รอช้าที่จะไปที่สวนรถไฟเหมือนอย่างเคย เพราะ ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ที่นั่นมีอยู่ทั่วสวน

พอไปถึงสวนรถไฟ ไม่ผิดหวังเพราะ ยังพอมีสีชมพูของชมพูพันธุ์ทิพย์หลงเหลืออยู่ให้เห็น สามสี่ต้น เราไปนั่งบนเนิน ที่อยู่ใกล้บึงเล็กๆในสวนค่ะ ใกล้บึงมีต้นชมพูพันธุ์ทิพย์อยู่ต้นนึง บานเต็มต้น แต่คงรอเวลาที่จะร่วงหล่น เหมือนกัน โชคดีที่เรายังมีโอกาสได้เห็นความงามอยู่

มีเรื่องขัดตาขัดใจ อยู่ก่อนที่จะมานั่งชมความงามของต้นไม้ใบหญ้า ด้วยความที่พวกเราชอบเดินมาตามทางที่เป็นร่มเงาของต้นไม้ เราเดินไปเรื่อยๆ เห็นสีชมพูของกลีบดอกไม้ ร่วงกราวลงบนพื้น มองไกลๆ เหมือนพรมดอกไม้ยังไงยังงั้น แต่มองใกล้ๆ มันเป็นดอกไม้จริงๆค่ะ แต่เป็นกลีบดอกไม้พลาสติกที่มีคนจัดฉากขึ้นมา ชมพูพันธุ์ทิพย์จอมปลอมนั่นเอง

เดินไปก็คับข้องใจ สงสัยว่า ใครเป็นผู้ที่จัดฉากนี้ขึ้นมา จะเป็นเจ้าหน้าที่ของสวนรถไฟรึเปล่า หรือไม่เช่นนั้นก็น่าจะเป็นคนที่มาจัดฉากถ่ายรูป ต้องการให้รูปออกมาสวยที่สุด เลยจัดฉากที่มีกลีบดอกไม้ ร่วงกราวลงบนพื้น เห็นแล้วอนาถใจชะมัด

คิดดูสิคะว่ากลีบดอกไม้พลาสติก นั้นมันไม่สามารถย่อยสลายได้ ผลเสียก็เกิดขึ้นกับต้นไม้เอง นานๆไปของพวกนี้ก็จะกลายเป็นขยะที่ย่อยสลายไม่ได้ ไม่เข้าใจว่า ทำไมคนที่โปรยสิ่งเหล่านี้ จะเพื่ออะไรก็ตาม ทำไมไม่เก็บทิ้ง ก่อนที่ตัวคนเหล่านั้นจะจากสวนนี้ไป ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เป็นขยะของสวน ไม่เข้าใจว่า คนพวกนี้ ทำไมถึงไม่รักธรรมชาติ คิดแต่จะ get หลายสิ่งจากธรรมชาติ ไม่ give แล้วยังทำลายธรรมชาติอีก เฮ้อ!!

เมื่อวานนี้ คนที่ไปเยือนสวนมีจำนวนมากพอสมควร แต่พอถึงเวลากลับแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือขยะเต็มสวน ถุงพลาสติค หรือเศษกระดาษทั้งหลาย เห็นอยู่ทั่วไปในบริเวณสวน เห็นแล้วสะท้อนใจ พูดไปก็สองไพเบี้ย จริงๆ อยู่ที่จิตสำนึกของผู้กระทำต่างหาก ยิ่งสวนนี้คนที่ไปเยือนสวนส่วนใหญ่ไปในลักษณะเป็นครอบครัว ดังนั้น คนที่จะปลูกฝังให้ลูกๆได้ก็คือ คนที่เป็นพ่อ แม่อีกนั่นแหละ

ไปๆมาๆ ก็ไม่พ้นเรื่องของครอบครัวอีกจนได้ เริ่มเรื่องของชมพูพันธุ์ทิพย์แท้ๆเชียว

รอมาตั้งนาน กว่าจะถึงวันที่บาน แต่พอบานก็บานอยู่ได้เพียงหนึ่งสัปดาห์

นี่แหละหนา "ชมพูพันธุ์ทิพย์"


หมายเหตุ : ภาพที่เห็นไม่ใช่ ชมพูพันธุ์ทิพย์นะคะ (คนวาดภาพชื่อ Chiu ค่ะ )

12 Comments:

At 2:14 PM, Anonymous Anonymous said...

ลองไปชมดอกไม้ที่อื่นบ้างสิ ตอนนี้สวยเชียว ได้
ไปเยือยสวนสามพรานอีกครั้ง ก็ร่มรื่นสวนดี แม้จะ
ออกแนวๆตั้งใจสวยอ่ะนะ

เมื่อหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ไปเที่ยวพัทยามา ทะเล
อีกด้านของพัทยา ก็ยังสวยอยู่นะ คุณพยาบาลไม่
ลองชวนคนใกล้ตัวไปเที่ยวบ้างเหรอ ถือโอกาสไป
ชาร์ตแบตไง........

เพราะเห็นเขียนแต่เรื่องดอกไม้ แต่รูปงี้ ทะเลเชียว
ปกติ รักทะเลนี่นา

คนที่ชะอำ หัวหิน เค้าไม่เห็นคุณพยาบาลไปตอกบัตร
ชาร์ตแบตเลยนะ (พูดเล่นจ้า) .... เบนโตะ

 
At 3:02 PM, Blogger hospitalgirl said...

ถึงคุณเจ้าของเบนโตะ...เดี๋ยวหาโอกาสไปเที่ยวค่ะ..คนใกล้ตัวซื้อแพคเกจท่องเที่ยวไว้แล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสไป หาเวลาเหมาะๆก่อนค่ะ..ทั้งทะเลแล้วก็ภูเขา ส่วนดอกไม้ว่าจะหาลีลาวดีไปปลูกที่สวน..คนใกล้ตัวเสนอไอเดีย ปลูกปีละต้น ไม่รู้ปลูกขึ้นรึเปล่า ..แต่อย่างไรก็ตามถ้าปลูกจริงๆ คงต้องฝากป่าป๊าดูแลไปก่อน อิอิอิ ..หัวหินกับชะอำ..เอาไว้เป็นโครงการหน้าๆๆๆๆ ค่ะ ..รอสองสามโครงการนี้พ้นไปก่อนละกัน..ส่วนรูปเดี๋ยวหาก่อนนะ..ยังหาไม่ได้

 
At 7:52 AM, Anonymous Anonymous said...

เป็นเรื่องลำบากจริงๆ สำหรับอุปนิสัย -ง่ายๆ สบายๆ แบบไทยๆ- เพราะเป็นพื้นฐานที่ได้รับการปลูกฝังมาในปริมาณน้อย ที่สำคัญ เราถูกสอนให้รู้จัก รัก ความสวย งาม ของธรรมชาติ น้อยกว่าการฝึกภาคปฏิบัติว่าด้วยการ รักษา ดูแล :) ค่อยๆ ว่ากันไป เริ่มจาก 1 ไปเรื่อยๆ .. 10 คนทิ้ง 2 คนเก็บ ก็ยังดีเสียกว่า ไม่มีใครเก็บสักคนเลย ^_________^

 
At 8:13 AM, Anonymous someone said...

เราสร้างค่านิยมที่ผิดๆ มาโดยตลอดเนอะ การที่บอกว่าตามสบายคือไทยแท้นั้น เราสร้างความเข้าใจที่ผิดมาโดยตลอด ตามสบายน่าจะเป็นแค่การทำจิตใจให้สบายๆ แต่ในการกระทำนั้นควรจะเคารพถึงสิ่งแวดล้อมด้วย (รวมหมดทั้งคน สัตว์ สิ่งของ) ไม่ใช่ว่าตัวเราสบายเท่านั้นพอ ต้องรับผิดชอบในการกระทำด้วย คงต้องสร้างที่ตัวเราและคนรอบข้างก่อนอย่างคุณบอก แต่ทำยังไงให้ทุกคนคิดได้อย่างนี้หล่ะ ?

 
At 9:36 AM, Blogger hospitalgirl said...

จะว่าง่ายก็ง่ายนะคะคุณ Anonymous จะว่ายากก็ยาก...พูดนั้นง่ายแต่ทำนั้นยาก เรื่องการปลูกฝังเนี่ย..ต้องให้พวกที่ชอบทำลายไปเกิดใหม่แล้ว เอาไปปลูกฝังอีกทีแล้วกัน ดีมั้ย อิอิอิ

 
At 11:14 AM, Blogger hospitalgirl said...

คุณ someone คะ..ขอใช้คำตอบเดียวกับคุณanonymous นะคะ...คือต้องให้พวกที่ชอบทำลายสิ่งแวดล้อมไปเกิดใหม่ แล้ว ปลูกฝังกันใหม่ค่ะ อิอิอิ..ไม้อ่อนดัดง่าย ไม่แก่ดัดยาก ..เนาะ

 
At 12:07 PM, Anonymous Anonymous said...

ถึงคุณ someone สิ่งที่เราเรียกกันว่าค่านิยมนั้น เราได้รับรู้มาพร้อมๆ กับการเติบโต ก็น่าแปลก เพราะไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัย จะมีคนกลุ่มหนึ่งเรียกร้องให้ป้องกัน แก้ไข ค่านิยมที่ผิด อันก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่ดีของคนในสังคม ถามว่าในขณะที่มีการเรียกร้องกันอยู่นั้น เราก็พอจะรู้อยู่(แก่ใจ)ใช่ไหมว่า อะไรคือสิ่งที่เรียกว่า ค่านิยมที่ผิด อะไรคือค่านิยมที่ถูก ซึ่งเป็นค่านิยมที่จะก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ดีงาม.. ความแปลกอยู่ที่ว่า แม้จะรู้อยู่แล้ว ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม.. ไม่สามารถย่อยสลายค่านิยมที่ไม่ดีไปกับกาลเวลาได้.. คิดให้สบายใจ ก็เริ่มนับหนึ่งใหม่ ก็ได้ ใช่ไหมคะ ^_______^

 
At 12:53 PM, Blogger hospitalgirl said...

เห็นด้วยกับคุณ anonymous นะคะ.....ว่าแล้วก็..เริ่มใหม่!!! อิอิอิ :p

 
At 4:44 PM, Anonymous someone said...

:-) ขำๆ นะคุณเมย์ เริ่มใหม่/เกิดใหม่ ยากกว่าเริ่มทำใหม่น๊า...อิอิ
คุณนิรนาม...เห็นด้วยกับคุณนะ เป็นเรื่องที่เข้าใจยากจริงๆ คงจะเป็นเพราะการเห็นความสำคัญของสิ่งอื่นๆ มีความสำคัญน้อยกว่าตัวตนของตนนั้นเอง หากเราคิดว่าเราเป็นแค่ส่วนหนึ่งของธรรมชาติ มิใช่เป็นเจ้าของธรรมชาติ ก็คงจะดีไม่น้อยเนอะ..คิดแค่สบายใจกับการนับหนึ่งทุกครั้ง..มันก็เหนื่อยเหมือนกันนะ...อิอิ
เอ้..ที่บอกว่า "10 คนทิ้ง 2 คนเก็บ ก็ยังดีเสียกว่า ไม่มีใครเก็บสักคนเลย" ไอ้ที่ 2 คนเก็บ เนี่ยแค่เรารึเปล่าเอ่ย 555!

 
At 8:45 AM, Anonymous Anonymous said...

^__^ เรา ทุกคน .. ตัวเลขประมาณการน่ะค่ะ :)

 
At 3:18 PM, Blogger hospitalgirl said...

คุณ someone คะ...ถ้าจะถามเมย์ว่าสองคนเก็บนี่ ใช่มั้ย..เมย์ขอตอบว่า ไม่ได้เก็บเหมือนกันค่ะ เพราะเยอะเหลือเกิน เก็บไม่ไหว

 
At 3:20 PM, Blogger hospitalgirl said...

เข้าใจเปรียบนะคะคุณ Anonymous :)จริงๆ หากช่วยกันทุกคน บ้านเมืองคนสะอาดเรียบร้อย...เห็นได้ชัดอย่างประเทศญี่ปุ่นกับสิงคโปร์ ทำไมบ้านเมืองเขาสะอาดได้..จริงๆ จิตสำนึกก็ช่วยได้เยอะ อีกอย่างกฏหมายเขาเข้มงวดกว่าเราค่ะ

 

Post a Comment

<< Home