Wednesday, March 08, 2006

..The Story..



ดิฉันรักการเขียน

เชื่อว่าหลายคนที่รักการเขียนนั้นต้องการให้ผู้อ่าน ทราบถึงวัตถุประสงค์ที่ตัวเองต้องการสื่อ ให้ผู้อ่านได้ทราบ

เชื่อว่าผู้เขียนย่อมต้องการให้มีคนอ่านผลงานของตัวเอง และแน่นอน สิ่งที่ต้องการอีกข้อหนึ่งก็คือ การตอบรับและการวิจารณ์จากผู้อ่าน

เคยนั่งเถียงกับคนใกล้ตัวเรื่อง การอ่านและการเขียน คนใกล้ตัวบอกกับดิฉันว่าในเมื่อเรารักการเขียน เราก็ควรจะเขียนไป และไม่ควรจะ ใส่ใจในเรื่องที่จะมีผู้อ่านหรือไม่ แต่ดิฉันหาได้คิดเช่นนั้นไม่ การที่เราเขียนเรื่องราวที่เสนอต่อสาธารณชน ย่อมต้องการการวิจารณ์เนื้อหาที่ ตัวเองสื่อออกมา มิฉะนั้นคงไม่มานั่งเขียน

ออนไลน์ ในลักษณะอย่างนี้เป็นแน่ และคงเลือกที่จะบันทึกที่เป็นบันทึกส่วนตัวและเก็บเอาไว้อ่านเองมากกว่า

กำลังใจจากผู้อ่านย่อมสำคัญต่อผู้เขียนอย่างแน่นอน

ตามร้านหนังสือ มีหนังสือหลากหลายให้เลือกอ่าน บางเล่มพิมพ์ไม่รู้กี่สิบครั้ง แต่บางเล่มพิมพ์เพียงครั้งเดียวก็ไม่ได้รับการตีพิมพ์อีกเลยก็มี ฉันใดก็ฉันนั้น การเขียนออนไลน์ก็เช่นกัน ความรู้สึกของผู้เขียน ก็เป็นเช่นนั้น กำลังใจคือการได้รับการตอบรับจากผู้อ่าน

การที่มีผู้อ่านมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับสำนักพิมพ์หรือไม่ การเขียนออนไลน์ ขึ้นอยู่กับเว็บไหนทีมีผู้อ่านมาก หรืออ่านน้อยหรือไม่ เว็บไหนที่คนอ่านมาก งานเขียนก็จะได้รับความสนใจมากตามไปด้วย แต่เว็บไหนที่คนอ่านน้อย งานเขียนก็จะไม่ได้รับการเสพไปด้วย เหมือนเงาตามตัว

มีคนบอกว่า นับจากจำนวนครั้งของการได้รับการตีพิมพ์ ไม่ใช่เครื่องการันตีว่า หนังสือเล่มนั้นเป็นหนังสือที่เขียนดี

แต่ก็ยังสงสัยว่า ดีหรือไม่ดี นั้นเอาอะไรมาวัด จริงๆ มันก็เป็นความรู้สึกของผู้อ่านล้วนๆ ความชอบของแต่ละคน มักจะไม่เหมือนกัน

ความคิดที่ว่า Beauty is in the eyes of the beholder ก็ยังคงเป็นอมตะเสมอ

8 Comments:

At 8:31 AM, Anonymous someone said...

กาแฟพร้อมข้อความดีๆ ทุกเช้าก็สร้างความสดใส พร้อมทำงานได้นะ
เป็นกำลังใจในการเขียนต่อไปเรื่อยๆ นะ อุคส่าห์เขียนไว้ตั้งหลายที่ ขยันจริงๆ วันหลังสร้างบ้านให้เราเขียนสักหลังสิ อิอิ :-) สุขสันต์วันกลางสัปดาห์

 
At 8:32 AM, Anonymous Anonymous said...

เรื่องเล่าของดวงไฟบนถนนสายหนึ่ง
เดิม ดวงไฟดวงนี้ ส่องแสงอยู่ตลอด ทุกค่ำคืน ก็เป็นแสงสว่างให้แก่ผู้ผ่านทาง ค่ำคืนหนึ่ง มีชายหนุ่มมานั่งอ่านหนังสือใกล้ๆ ดวงไฟดีใจมาก ครั้นต่อมา ชายหนุ่มหายไป ดวงไฟถามตัวเองว่า ฉันจะส่องแสงสว่างไปเพื่ออะไร ไม่มีคนอ่านหนังสือก็ไม่ต้องใช้แสง
ความมืดปกคลุมไปทั่ว คนผ่านทาง ที่ยังคงผ่านมาบนเส้นทางนี้ เดินไปในความมืด หกล้มบ้าง เร็วบ้าง ช้าบ้าง บางคนนั่งข้างๆ ดวงไฟ แต่ถนนสายนี้กลับดูเหงาและเปล่าเปลี่ยวเกินไป สิ่งใดกันที่ขาดไป
ไม่นานจากนั้น ดวงไฟส่องแสงเป็นประกายเจิดจ้า ท่ามกลางความมืดมิดของท้องฟ้า คนเดินถนนเงยหน้ายิ้มกับดวงไฟ และมีคนมานั่งข้างๆ ดวงไฟมากขึ้น ทุกคืน :)

 
At 4:15 PM, Anonymous Anonymous said...

เข้ามาอ่านนะ
ตู่

 
At 11:48 AM, Blogger hospitalgirl said...

สวัสดีวันพฤหัสค่ะคุณ someone ก่อนอื่นต้องขอบคุณสำหรับกำลังใจก่อน..ส่วนเรื่องเขียนหลายที่..จริงๆแล้วไม่ได้ตั้งใจที่จะมาเขียนที่นี่ตั้งแต่แรก แต่ทว่า เขียนที่เดิมไม่ได้แล้ว ..ด้วยเหตุผลบางประการ (ตอนหลังเหตุผลจะต่างกับตอนแรกที่เลิกเขียนที่เว็บผู้จัดการค่ะ..จริงๆ ผู้อ่านน่าจะเดาออก อิอิ)..ด้วยความที่รักการเขียน อดเขียนไม่ได้ เลยต้องหา host ใหม่..เรื่องราวก็เป็นด้วยประกาฉะนี้แล :)

 
At 11:51 AM, Blogger hospitalgirl said...

ถึงคุณ Anonymous..ขอบคุณมากนะคะ...เรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมาให้อ่าน ช่วยเตือนสติเมย์ได้มากทีเดียว..นี่แหละค่ะ เป็นกำลังใจที่ดีมากอย่างยิ่ง..ขอบคุณอีกครั้ง..จริงๆ :)

 
At 11:53 AM, Blogger hospitalgirl said...

ถึงตู่...
ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยม..แต่ ไม่คอมเมนท์เนื้อหาที่เขียนบ้างเหรอ?

 
At 1:55 PM, Anonymous Anonymous said...

ได้สิ
เห็นว่ารักการเขียนก็โอเคนะ
แต่พักหลังๆแนวการเขียนเปลี่ยนไปนะ ออกแนวบ่น
นิดหน่อย (อย่าโกรธนะ) ไม่ค่อยเห็นเขียนเรื่อง
ชีวิตประจำวันเท่าไหร่ แต่ก็อย่างที่คุณพยาบาลเขียน
เอาไว้ก็ถูก ไม่มีอะไรตัดสิน

มันก็หลายความเห็นนะ ทุกวันนี้เหมือนจะเขียนแนว
นักเขียนจริงๆที่อยู่ตามนิตยสาร หรือ มติชน ราย
สัปดาห์ประมาณนี้

เมื่อก่อน คง เป็นแนวเด็กๆมากกว่านี้....

คนเขียนเองรู้สึกไหม๊...........ตู่

 
At 2:36 PM, Blogger hospitalgirl said...

วัยเปลี่ยนไปมั้งตู่..ข้อความเลยเปลี่ยนไป อีกอย่าง พอเริ่มเข้ามาเขียนที่เว็บผู้จัดการ มันจะเป็นแนว Blog ไม่ใช่ Diary น่ะ การเขียนเลยไม่ใช่ diary ถ้าเขียน diary แบบ sanook มันอาจจะไม่ค่อยเหมาะกับ host แบบนั้นก็ได้มั้ง เลยเขียนแบบที่เห็น..ไปๆมาๆ ก็เลยติด อิอิ..ขอบคุณนะ สำหรับ คอมเมนท์ :)

 

Post a Comment

<< Home