Wednesday, March 15, 2006

..แก่..



ใครไม่กลัวความแก่บ้างยกมือขึ้น?

ดิฉันคนหนึ่งที่เป็นคนกลัวแก่ แต่อย่างไรก็ตาม สังขารไม่เที่ยง ยังไงก็ก็หนีไม่พ้น สำหรับเรื่อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย พูดเหมือนชวนให้ปลงนะคะ แต่หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เอาล่ะ มาพูดถึงเรื่อง ความแก่กันดีกว่า

บางคนทำอะไรสารพัดเพื่อชลอความแก่ จริงๆ ทำได้นะคะ เพียงคงสภาพ image ภายนอกของเราไว้ได้แค่นั้น สำหรับเรื่องของภายใน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ของระบบต่างๆ ในร่างกาย จิตใจ หรือเรื่องของสมองก็ตาม เราไม่สามารถหยุดความแก่ไว้ได้ค่ะ เพราะ สิ่งที่กล่าวมานี้คือสิ่งที่ตัดสินว่า เราแก่หรือไม่แก่

ดิฉันขอยกประเด็นเรื่องความจำดีกว่า เพราะเรื่องความจำก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถตัดสินได้ว่า เราแก่แล้วหรือไม่ ซึ่งพอหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา มันก็ทำให้ตัดสินได้ว่า ..ดิฉันแก่แล้วค่ะ คุณขา !!!

คุณเคยลืมอะไรอะไรรึเปล่าคะ สิ่งที่ไม่น่าลืมเลย สำหรับดิฉันเอง ลืมได้ประจำ

ปกติแล้ว เวลาทำงาน ต้องมาตรวจเช็คของและยา ที่มีอยู่ใน stock ก่อนที่จะเริ่มทำงาน ทุกแผนกที่มีคนไข้ในโรงพยาบาลจะมียาเสพติด (ใช้ระงับปวด) อยู่ในแผนกด้วย และที่เก็บยาจะต้องมีกุญแจล็อคตู้ยาเสมอ หน้าที่รับผิดชอบ ก็คือผู้ที่ถือกุญแจนี่แหละ และเวรต่อไปก็จะต้องมีการรับส่งมอบกุญแจกัน และดิฉันนี่แหละที่ เป็นพยาบาลคนเดียวที่มักลืมส่งมอบ และมักจะเอากุญแจกลับไปด้วยเสมอ และมานึกได้ก็คือกลับถึงที่พักแล้ว และก็จะโทรศัพท์มาสารภาพผิดประจำ ภายหลังจึงต้องแปะกระดาษโน้ตไว้เตือนตัวเอง ว่าห้ามลืม ยังค่ะ ยังไม่พอ แล้วก็ยังมีอีก คือชอบลืมโทรศัพท์ไว้ในลิ้นชักที่ทำงานเป็นอาจิณ มานึกได้ก็ ตอนที่เข้านอนแล้ว จะใช้โทรศัพท์ปลุกในเวลารุ่งเช้า เฮ้อ!!

นี่ยังแค่เบาะๆค่ะ ยังมีเรื่องน่าเกลียดกว่านั้น คือว่า อ่า...แต่งตัวเสร็จแล้ว เตรียมตัวไปทำงาน เดินออกไปแล้ว ลงบันไดไป 2-3ขั้น รู้สึกมันโล่งๆพิกล ปรากฏว่า เป็นไงทราบมั้ยคะ ลืมใส่เสื้อชั้นในข้างในน่ะสิ คุณพระคุณเจ้า ดิฉันหัวเราะในความเปิ่นของตัวเอง รีบเข้าไปหยิบเสื้อชั้นในมาใส่ ในทันใด (เล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนที่ทำงานบอกว่า จะใส่หรือไม่ใส่ก็ไม่มีใครรู้ ดูมันสิ!!)

เรื่องเสื้อชั้นในนี่เหมือนกัน ไม่ใช่ครั้งแรก เคยมีอยู่หนหนึง สลึมสลือ กลับมาจากข้างนอก ของีบสักนิด ถอดเสื้อชั้นในอยู่ เพื่อคลายความอึดอัด งีบประมาณหนึ่งชั้วโมง ตอนนั้น อยู่ที่หอพักพยาบาล น้องสาวมาหา เรียกลงไปข้างล่าง ดิฉันรีบตื่น ลงลิฟต์มาเฉยเลย กว่าจะรู้ตัวก็ถึงชั้นหนึ่งแล้ว แต่ก็รีบกดลิฟต์ขึ้นไปที่ห้องตัวเองใหม่ โชคดีที่ตอนนั้นไม่มีใครลงไปด้วย อิอิ

ดูสิความเป๋อ ของดิฉัน บ่อยครั้งที่ จะทำอะไรไว้ก็ตาม ดิฉันจะไปข้างหน้าได้เรื่อยๆ และมักจะลืมไปว่า ทำอะไรค้างอยู่ กว่าจะนึกได้ก็อีกวัน โชคดีที่ไม่ใช่เรื่องร้ายแรง เรื่องพวกนี้ พอเล่าให้คนใกล้ตัวของดิฉันฟัง ดิฉันถูกล้อค่ะ ว่า "เป๋อ"

แต่ท่านผู้อ่านเชื่อไหมคะว่า เวรกรรมมีจริง มีอยู่วันหนึ่ง คนใกล้ตัวของดิฉัน กำลังเดินไปสถานีรถไฟฟ้าเพื่อจะไปทำงาน ทราบมั้ยคะ ว่าลืมอะไร ...ลืมแว่นตาค่ะ เดินมาตั้งไกล แต่ก็ต้องกลับไปเอาแว่น ไม่งั้นทำงานไม่ได้

เป็นไงล่ะคะ เวรกรรมตามทัน ความแก่ มันก็ทันกันเห็นๆ อิอิอิ

6 Comments:

At 7:54 AM, Anonymous someone said...

555! เนี่ยถ้าเป็นหวยก็ถูกรางวัลใหญ่ไปแล้ว...ขำเนอะ คุณเมย์เขียนได้ตลกดี ทำให้อารมณ์ดีแต่เช้าเลย ...และที่แน่ๆ ทำให้สบายใจว่าความแก่ของเราตามหลังคุณอยู่ อิอิ :-) welcome back to work!!

 
At 8:39 AM, Blogger hospitalgirl said...

สวัสดีค่ะคุณ someone...อารมณ์ดีแต่เช้าก็เป็นแรงใจให้มีกำลังกาย กำลังใจทำงานไปได้ทั้งวันเลยนะคะ ...สำหรับเรื่องความแก่ไม่แก่ ระวังเหอะ...เวรกรรมมันมีจริงนะเออ อิอิอิ

 
At 8:49 AM, Anonymous someone said...

เอ! คุณเมย์ไม่เห็ยรูปเลย ??? ไหนบอกว่าหารูปอยู่ไง ...เอารูปตัวเองขึ้นก็ได้ จะได้เข้ากับเรื่อง 55555 !!!

 
At 9:39 AM, Blogger hospitalgirl said...

รูปขึ้นแล้วค่ะคุณ someone..

 
At 1:21 PM, Anonymous lonelyheart said...

โหววววว สุดยอด ลืมได้ไงขนาดนั้นอะคุณเมย์ สงสัยงานหนักเครียดมาก หรือว่างัวเงียยังไม่ตื่นขนาดนั้นอะครับ อ่านแล้วขำดีครับ ผมก็เคยอ่ะแค่ลืมเป๋าตังค์ ลืมนู่นลืมนี่ แตยังไม่เซียนขนาดนี้ นับถือๆๆ ไงก็อย่าลืมแฟนตัวเองแล้วกันครับ ไม่งั้นเป็นเรื่องแน่ๆ 5555

 
At 2:54 PM, Blogger hospitalgirl said...

สวัสดีค่ะคุณ lonelyheart...อาจจะเป็นเพราะ ง่วง...จริงๆ เป็นเพราะ "แก่" มากกว่าค่ะ เลยหลงๆ ลืมๆได้ขนาดนั้น.อิอิอิ....ขี้ลืมยังไง เมย์ก็เป็นคนที่มีความจำดีในเรื่องตัวเลขนะคะคุณ

 

Post a Comment

<< Home