Monday, March 20, 2006

..แม่สื่อ..


ขอพูดถึงความรักบ้างนะคะ

ความรักทำให้โลกสดใส ดูน่าอยู่ขึ้น (ถึงแม้ว่าตอนนี้บ้านเมืองของเรายังร้อนระอุอยู่ก็ตาม แต่ถ้าคุณมีความรักอยู่ในหัวใจ คุณจะรู้สึกว่าโลกนี้ยังน่าอยู่ อยู่มากเลยค่ะ ) การที่มีใครให้รัก และเขาคนนั้นก็รักเราด้วย ยิ่งทำให้หัวใจเราชุ่มชื่น และรู้สึกพองโตมากขึ้นด้วย เราสามารถยิ้มได้ถึง แม้สิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา จะกดดันให้เรายิ้มไม่ออกก็ตาม

เมื่อความรักทำให้หัวใจเราชุ่มชื่นขึ้น ความรักนี้ก็ทำให้ เรารู้สึกว่า เราอยากให้คนอื่นรู้สึกเหมือนเราบ้าง ดังนั้นบทบาท "แม่สื่อ" จึงเกิดขึ้นกับชีวิตของเรา

ใครเห็นด้วยกับประโยคข้างต้น ยกมือขึ้น?

เล่าเลยดีกว่า คือว่า ดิฉันบังอาจทำตัวเป็นแม่สื่อแม่ชักค่ะ ชักนำให้คนสองคนมารู้จักและรักกัน อันที่จริงแล้ว คิดว่า คงยังไม่ถึงขั้นที่เรียกว่า "รัก" หรอกค่ะ จะรักหรือไม่ย่อมต้องอาศัยเวลา อย่างที่เคยบอกไว้กับหลายๆคนเสมอว่า ดิฉันไม่เชื่อกับคำว่า "Love at first sight" เพราะ ถ้าคุณรู้สึกอย่างนี้ คุณจะรักต่อไปเรื่อยๆ ไม่หยุดอยู่กับใครสักคน และนั่น ก็หมายความว่า คุณไม่มีวันรู้รักคำว่ารักอย่างแท้จริง

คนสองคนมารู้จักกัน เริ่มแรกที่ได้พบ ได้คุย อาจจะรู้สึกว่า "ถูกใจ" แต่พอเวลาผ่านไป ความถูกใจที่เกิดขึ้นอาจจะพัฒนาไปสู่ความรัก หรือไม่รักก็สุดแล้วแต่คนสองคนนั้นต้องการจะให้ความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองพัฒนาอย่างไรต่อไป

ฟังแล้วดูเหมือนจะดี ไม่น่าจะมีปัญหา ถ้าทั้งสองฝ่ายยังไม่มีใคร แต่ทว่า ฝ่ายหนึ่งยังมีคนที่ยังคบกันอยู่ แต่มักจะทะเลาะกันเป็นอาจิณ ตัวเธอเอง และคนรอบข้างที่สนิท มองว่า เกิดปัญหาขึ้นแล้ว นานวัน ปัญหานี้ก็ยังเกิด และดูแล้วก็เหมือนว่าจะบั่นทอนจิตใจมากขึ้นทุกวันๆ หลายครั้งที่ทั้งคู่เอ่ยปากบอกว่า เลิกคบกันแล้ว แต่พอฝ่ายหนึ่งมาง้อ อีกฝ่ายก็ใจอ่อนเสมอ และยอมยกโทษให้ แต่ปัญหาก็ยังเกิด ฝ่ายที่สร้างปัญหาก็ไม่ได้สำนึก และไม่ได้หาทางแก้ไข ให้มันดีขึ้น อ้อ!! ลืมบอกไปว่า คนนี้เป็นเพื่อนรุ่นน้องของดิฉันเอง

เพื่อนอีกคนยังไม่มีใคร เลิกคบกับคนรักมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ด้วยความหวังดี ดิฉันและคนใกล้ตัวของดิฉันจึงแนะนำ ให้เพื่อนคนนี้ รู้จักกับรุ่นน้องคนนี้ เมื่อทั้งสองเกิดความรู้สึกดีๆ ต่อกันแล้ว อุปสรรคคือฝ่ายหนึ่งยังคบกับคนรักที่ทะเลาะกันแทบทุกวัน เหมือนที่เล่ามาข้างต้น แต่กระนั้นก็ยังคบอยู่ ในขณะที่อีกฝ่ายต้องการคบจริงจัง ปัญหาก็คือ ทั้งสองคนควรจะทำอย่างไรต่อไปดี?

ดิฉันแนะนำให้ทั้งสองค่อยๆดูกันไปก่อน และให้ทำดีต่อกัน เรื่องที่ว่าจะพัฒนาความสัมพันธ์อย่างไรต่อไปนั้น ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แน่นอน คงต้องมีการเลือกเกิดขึ้น ใครจะถูกเลือก จะใครจะไม่ถูกเลือก และแน่นอน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคงต้องเจ็บ

ดิฉันฟังแล้วนึกสงสารแล้วก็เห็นใจ แต่ในฐานะ ทีเป็นคนนอก ก็ไม่สามารถตัดสินใจแทนพวกเขาได้ อาจจะแนะได้บ้าง ในฐานะแม่สื่อ แต่การตัดสินใจ ก็ต้องยกหน้าที่ให้พวกเขาตัดสินกันเอง น่าเห็นใจเหมือนกันนะคะ แต่ชีวิตของเขา เขาต้องเลือกเอง

เพราะ ชีวิตของเรา เราก็เลือกเอง

หมายเหตุ : ขอมอบเพลง"น้ำเต็มแก้ว" ของ endorphine นี้ให้เพื่อนทั้งคู่ค่ะ



( ภาพ : Shore Steps โดย Hank Steve )





10 Comments:

At 7:24 AM, Anonymous ต้นข้าว said...

เรื่องความรักของแต่ละคน ไม่มีใครบังคับได้หรอกครับ สิ่งที่มีค่าที่สุดคือคนที่รักเราอย่างจริงใจ แต่เรามักไม่ค่อยเห็นคุณค่า เสื้อที่ใส่สบายสุดคือเสื้อที่เก่า แต่เรามักอายที่จะใส่มันออกข้างนอกหรือรับแขก เพราะเราไม่ค่อยถนอมแต่จะหยิบมันมาใช้เสมอ ดูแลคนใกล้ตัวให้ดีที่สุดครับ

 
At 8:09 AM, Blogger hospitalgirl said...

สวัสดีค่ะคุณ ต้นข้าว..เห็นด้วยค่ะ ไม่มีใครบังคับหรือขีดเส้นชีวิตของใครได้ ดังที่คุณ ต้นข้าว บอกมา..ขอบคุณมากนะคะ สำหรับความคิดเห็น :)

 
At 8:35 AM, Anonymous someone said...

สวัสดีวันจันทร์คุณกามเทพ...ความรักเป็นสิ่งสวยงามเสมอถ้าเรารู้จักที่จะรัก แต่ถึงแม้ว่าจะรู้จักและมีประสบการณ์มาขนาดไหนก็ตาม ก็มักจะพ่ายแพ้กับมันรู้เรื่อยเหมือนกัน ยังไงคุณกามเทพก็ดูแลเพื่อนคุณบ้างนะ เพราะเขาอาจจะเป็นคนที่ไม่ได้ไปต่อก็ได้ :-(

 
At 2:54 PM, Anonymous lady said...

คู่กันแล้ว คงไม่แคล้วกันนะคะ คุณเมย์ ... เราแนะนำให้แล้ว เรื่องสานต่อหรือไม่ ปัญหา มีต่อหรือเปล่า .. คงต้องเป็นเรื่องของบุคคล 2 คน คิดเอง ตัดสินเอง // จริงอยู่ ถ้าเขา 2 คน รักกัน ก็ย่อมเป็นเรื่องดีใจด้วย // แต่อย่าไปคิดว่าตัวเองเป็นคนแนะนำ ต้องคอยตามแก้ ตามรับผิดชอบ // คงเหนื่อยไม่มีที่สิ้นสุด // แล้วเผลอ ๆ ปัญหาจะวิ่งเข้ามาหาคุณเมย์อีกต่างหาก

 
At 8:14 AM, Anonymous Anonymous said...

สวัสดีตอนเช้าๆ ชอบที่คุณ lady เขียน.. หลายครั้งในหลายเรื่องที่เรามักจะ ใส่ใจถึงขั้นคิดมาก คิดตามไม่หยุด อ่านแล้วก็ได้ยิ้มว่าเออ เหนื่อยตอนคิดนี่แหละ เพราะตัวไม่ได้วิ่งไปไหนเลย .. พอมีแบบนี้มาเบรคก็ทำให้มองตัวเองและสิ่งรอบตัวได้ระยะหนึ่ง แต่เดี๋ยวก็คงจะไปวิ่งวนอีกแล้วตามลักษณะของ ใจ นั่นแหละนะ..

 
At 12:00 PM, Blogger hospitalgirl said...

กำลังลุ้นอยู่ค่ะคุณ someone...ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ดีกว่า...ไปๆมาๆ พวกเขาคงต้องสานต่อกันเอาเอง..เราก็แค่เป็นผู้ที่ลุ้นอยู่ห่างๆค่ะ

 
At 12:03 PM, Blogger hospitalgirl said...

ขอบคุณนะคะคุณ lady..คงต้องเป็นอย่างนั้นค่ะ ลุ้นมากก้เหนื่อยมาก บางทีก็เผลอค่ะ ลุ้นจนตัวโก่ง อิอิอิ..สวัสดีวันอังคารค่ะ ขอให้เป็นวันที่สดชื่นแจ่มใสนะคะ แจ่มใสให้เหมือนพระอาทิตย์ในช่วงนี้นะคะ อิอิอิ

 
At 12:05 PM, Blogger hospitalgirl said...

สวัสดีตอนใกล้เที่ยงค่ะคุณ Anonymous...เมื่อเป็นเช่นนี้ คงต้องลุ้นอยู่ห่างๆแล้วมั้งคะ..ดีป่ะ?

 
At 1:20 PM, Anonymous psid said...

สวัสดีครับ/โพสท์แล้วล้มเหลวต้องซ้ำฯ
โบราณว่าบุบเพสันนิวาส ?/บ้านเมืองไม่ระอุ อย่าตามกระแส ร้อนเย็นอยู่ที่ใจเรานะ ความรักความรู้คู่ตัวจะเย็น/โบราณมักไม่ค่อยมีพ่อสื่อ เมีอแต่แม่สื่อมาก สื่อต้องใช้เวลานาน ไม่แค่แนะนำให้ชนกัน แต่ให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่องนาน ฯ ไม่ค่อยร้างรา มักจะยืดยาว เพราะหลายอย่างค้ำจุน.พอนะ-ขอบคุณ

 
At 1:43 PM, Blogger hospitalgirl said...

คุณลุง psid คะ เมื่อสายๆ เมย์ก็ post แล้วแต่ก็error หลายครั้งค่ะ แต่ว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น แฮ่!!...ใช่ค่ะคุณลุง สมัยก่อน มักจะมีแม่สื่อแม่ชัก กันเยอะแยะ ข้อมูลที่ต่อเนื่อง จำเป็นเรื่องที่จำเป็น ที่จะจับคนสองคนให้มาอยู่คู่กัน...เป็นอย่างนั้นจริงๆค่ะ.....สำหรับคู่นี้ก็ต้องดูกันต่อไปค่ะคุณลุง..หนูขอดูอยู่ห่างๆแล้วกันค่ะ ...ขอบคุณที่แวะเข้ามายี่ยมนะคะ

 

Post a Comment

<< Home