Thursday, March 23, 2006

..ท้องอืด..


เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคนไข้ท้องอืดกับเกือบทั้ง ward

บางคนอาจไม่ทราบว่า ward คืออะไร ward นั้นก็คือ หอผู้ป่วยในโรงพยาบาลค่ะ ที่บอกว่าคนไข้ท้องอืด เนี่ย บ่อยครั้งที่เป็นผลสืบเนื่องมาจาก หลังผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องหรือว่า ผ่าตัดผ่านกล้องก็ตาม แต่ที่ประหลาดก็คือ ท้องอืดกันระนาว บางคนดูไม่น่าจะท้องอืดเลยนะคะ แต่ก็ยังอืด

บางคนที่เคยได้รับการผ่าตัดมาแล้ว คงยังจำกันได้ ว่าคุณหมอหรือคุณพยาบาล จะมากระตุ้นให้คุณต้องลุกจากเตียงให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะหลังผ่าตัด 24ชั่วโมงแล้ว จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะ การลุกเดิน เป็นการกระตุ้นให้ระบบทางเดินอาหารได้มีการขยับเขยื้อนไปด้วย ถ้าระบบทางเดินอาหารไม่ขยับ อาการท้องอืดก็จะมาเยือน ดังนั้น การเดินก็เป็นผลดี ต่อตัวคนไข้นั่นเอง กรณีนี้หากว่าคนไข้ไม่รู้ จุดประสงค์ของการกระตุ้นให้เดิน คนไข้คนนั้นก็จะแสดงอาการรำคาญคนที่มาคอยบอก คอยแนะนำ

ไม่เพียงแต่เฉพาะคนไข้ แต่ตัวดิฉันเองก็เช่นกัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และสัปดาห์ก่อนหน้านั้น ท้องอืดแทบทุกวัน ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น เดาเอาว่า อาจจะเป็นเพราะ กระเพาะอาหารของดิฉันเองทำงานไม่ค่อยจะปกตินัก โรคกระเพาะอักเสบมักจะมาเยือนเสมอๆ เพราะ ทานอาหารไม่เป็นเวลา นอนไม่เป็นเวลา บางทีก็เครียดโดยไม่รู้ตัวก็มี ดิฉันว่าเรื่องธรรมดานะคะ ทำงานแบบนี้ ใครไม่เครียดก็คงประหลาด

มาพูดถึงเรื่องท้องอืดกันต่อดีกว่า จากการวิเคราะห์ (เอาเอง) มันน่าจะเกี่ยวกับอากาศที่ร้อนมาก ก็เป็นได้ บางคนอาจจะมีคำถามว่า แล้วมันเกี่ยวอะไร เรามาลองพิจารณาดูสิคะ ว่า อากาศร้อนๆ อาจจะทำให้อุณหภูมิในตัวเราร้อนตามไปด้วย เคยสังเกตไหมคะ เวลาต้มน้ำ ในกาต้มน้ำหรือในหม้อที่เดือดๆ ฝาของกาน้ำร้อนจะถูกแรงดันจากไอน้ำ ฉันใดก็ฉันนั้น กระเพาะ อาหารของเราก็เช่นกัน คงมีสภาพเช่นเดียวกัน ..เป็นไงคะ ไอเดียบรรเจิดดีไหม เพื่อนที่ทำงาน ถามว่า ดิฉันคิดได้ยังไง อิอิ....ขอตอบค่ะว่า เรื่อยเปื่อย เรื่อยๆ เปื่อยๆ กรุณาอย่าเชื่อง่ายๆ มิฉะนั้นอาจจะเปื่อยได้

ที่กล่าวไปข้างต้นนี้ เป็นสมมติฐานที่ดิฉันคิดขึ้นมาเองค่ะ จริงๆอาจไม่เป็นเช่นนั้นก็ได้ อาจเป็นเพราะ เชื้อโรคบางชนิดที่สามารถเจริญเติบโต และแพร่กระจายได้ดี ในอุณหภูมิแบบนี้ก็ได้ ดูสิคะ มีคนป่วยอาการหนักที่เกิดจากการรับประทานหน่อไม้ที่มีเชื้อ Clostridium Botulinum สิ ใครจะคิดว่า อยู่ๆ เชื้อนี้ ก็ระบาดขึ้นมา จริงๆ ที่เล่าเรื่องท้องอืด ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเชื้อนี้นะคะ กรุณาอย่าเข้าใจผิด เรื่องท้องอืด เรื่องโรคกระเพาะ อาจจะเกี่ยว กับเชื้อ Bacteria ตัวหนึ่งที่หลายคนเคยได้ยิน นั่นคือ Helicobacter

เอาเป็นว่า เรามาดูสาเหตุของอาการท้องอืดกันดีกว่านะคะ

ท้องอืดเนี่ยอาจจะมีสาเหตุมาจาก

1.โรคในระบบทางเดินอาหารเอง ได้แก่ โรคแผลในกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารอักเสบ มะเร็งกระเพาะอาหาร พยาธิในทางเดินอาหาร เป็นต้น
2. โรคที่เกิดจากสิ่งภายนอก ได้แก่ ยาต่าง ๆ ที่เรารับประทาน ยาหลายชนิดจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารอักเสบ ได้แก่ ยาแก้ปวดข้อทั้งหลาย ยาบางชนิด จะทำให้กระเพาะ และลำไส้บีบตัวน้อยลง เช่น ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท ยาปฏิชีวนะบางอย่าง เครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม เช่น เหล้า เบียร์ จะทำให้กระเพาะอาหารอักเสบ บุหรี่ อาหารที่ย่อยยากหลายอย่าง รวมทั้งอาหารที่มีกากมาก ๆ อาหารรสจัด
3. โรคของทางเดินน้ำดี เช่น นิ่วในถุงน้ำดี
4. โรคของตับอ่อน
5. โรคทางร่างกายอย่างอื่น ๆ เช่น เบาหวาน โรคต่อมไทรอยด์

ถามว่า พฤติกรรมในการรับประทานอาหารมีส่วนเป็นสาเหตุให้เกิดอาการท้องอืดหรือไม่ ศ.พญ.ศศิประภา บัญญพิสิฏฏ์ ได้ตอบว่าพฤติกรรม ในการรับประทานอาหาร มีส่วนด้วยอย่างแน่นอน เช่น การรับประทานอาหารรสจัด จะทำให้เยื่อบุอาหารอักเสบ การรับประทานอาหารรีบร้อน เคี้ยวไม่ละเอียด รับประทานครั้งละมากไป รวมทั้งรับประทานอาหารย่อยยาก รับประทานอาหารมัน อาหารประเภทผักจะมีเส้นใยปริมาณมาก ร่างกายเราไม่มีน้ำย่อยที่จะทำการย่อย เส้นใยเหล่านั้น แบคทีเรียในลำไส้จะเป็นตัวช่วยย่อยทำให้เกิดมีกรดบางอย่างนั้น อาจจะทำให้ท้องอืดได้ ถ้ารับประทานมากไป แต่อาหารที่มีเส้นใยมากก็จะมีประโยชน์ในเรื่องของการขับถ่ายจะทำให้ขับถ่ายสะดวก อาหารประเภทนม ในคนแถบเอเชียจะไม่มีน้ำย่อยที่ย่อยนม หรือมีปริมาณน้อย เมื่อรับประทานจะทำให้มีอาหารท้องอืด หรือท้องเสีย ได้ถ้ารับประทานมาก

มาดูวิธีแก้ไขเบื้องต้น อาจจะใช้ยาสามัญประจำบ้าน ได้แก่ ยาขับลม หรือ ยาธาตุน้ำแดง ลองรับประทานดูก่อน ปรับอาหารให้รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย รับประทานแต่พอควรไม่ให้มาก ถ้ายังไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์

สำหรับการปฏิบัติตัวในผู้ที่มีอาการท้องอืดและการป้องกันนั้น ก็ไม่ควรดื่มสุรา หรือ แอลกอฮอลล์ อาหารรสจัด อาหารหมักดอง บุหรี่ น้ำชา กาแฟ ส่วน ผู้ที่ดื่มนมแล้วมีอาการท้องอืด หรือท้องเสีย อาจจะขาดน้ำย่อย ใช้ย่อยนม ซึ่งได้แก่การเปลี่ยนแปลงในการกินอยู่และการดำเนินชีวิตประจำวัน ควรรับประทานอาหารประเภทผักที่มีเส้นใยมากๆ ถ้ารับประทานอาหารมากไปอาจจะทำให้เกิดอาการท้องอืดเกินขึ้นได้ เพราะเส้นใยอาหารหรือกากใยอาหารร่างกายเราย่อยไม่ได้ต้องอาศัยแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ใหญ่เป็นตัวช่วยย่อยสลาย แต่อย่างไรก็ตามอาหารประเภทผัก ก็มีประโยชน์ เพราะทำให้การขับถ่ายสะดวก สำหรับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารไม่ควรรับประทานอาหารครั้งละมากๆ แต่ควรจะมีอาหารว่างระหว่างมื้อ รับประทานอาหารช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียดไม่ควรรีบร้อน

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ดิฉันเอง ก็ทำไม่ได้หรอกค่ะ เพราะธรรมชาติ ของดิฉันเป็นคนที่ดื้อเหลือเกิน ใครที่ไม่อยากทรมานจากอาหารท้องอืดท้องเฟ้อก็กรุณาอย่าดื้อเหมือนเช่นดิฉันนะคะ

อย่างไรก็ดี ใครที่ท้องอืดบ่อยๆ ก็ขอให้ หายจากท้องอืดไวๆ


หมายเหตุ : ท้องอืดหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับคำสาปแช่งแต่ประการใดค่ะ อิอิ


( ที่มาของเนื้อหาวิชาการ : http://www.si.mahidol.ac.th )



( ภาพ : Daydreams โดย Stone Marcus )










5 Comments:

At 6:45 PM, Blogger kwanmuang said...

การกินของที่เจ้าของไม่อนุญาต และได้สาปแช่งไว้ทำเครื่องหมายไว้ เช่น การทำ"โจ"ทางภาคใต้ โดยวิธีไสยศาสตร์ มักแขวนไว้กับต้นไม้ที่มีผลดก เพื่อกันไม่ให้คนขโมยกิน กินแล้วท้องอืด ป่อง ...ฯ..ปัจจุบันยังมีการใช้โจ แขวนอยู่บางถิ่น..
-ถือว่าเป็นคนละเรื่องเดียวกันนะคุณเมย์
ขอบคุณสำหรับความรู้นะ นี่สิ hospitalgirl ต้องเขียนแบบนี้แหละ.

 
At 8:15 AM, Anonymous someone said...

เป็นภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้ามทีเดียวเนอะ ...อย่างนี้เราก็ผลิตอาวุธชีวภาพ แข่งกับเขาได้แล้วดิ เนอะ...อาวุธหน่อไม้ปี๊บ...สุขสันต์วันศุกร์ :-)

 
At 3:33 PM, Blogger hospitalgirl said...

ขอบคุณมากค่ะคุณ kwanmuang ที่นำมาแบ่งปัน (คนเดียวกับคุณลุงรึเปล่าคะนี่?) ...สำหรับเรื่อง ของการสาปแช่ง เมย์เขียนลงไปเล่นๆค่ะ ไม่ได้เป็นจริงเป็นจังแต่อย่างใด..แต่แหม ก็สามารถนำมาเกี่ยวข้องกันจนได้นะคะ 5 5 5

 
At 3:35 PM, Blogger hospitalgirl said...

คุณ someone อย่าทำเป็นเล่นไปนะคะ จริงๆแล้ว เชื้อ botulinum สามารถนำมาผลิตเป็นอาวุธชีวภาพได้จริงๆนะคะ...เป็นหนึ่งในสาม อาวุธชีวภาพที่ร้ายแรง ได้ทีเดียวค่ะ .....สุขสันต์ ๆเช่นกัน :)

 
At 5:59 PM, Blogger Tagoo said...

บำรุงตับ ไต และถุงน้ำดี อาติโช๊ค พืชอาหาร
Artichoke (ATISO) อาร์ติโช๊ค

อาร์ติโช๊ค (Cynara scolymus) เป็นพืชที่นิยมปลูกในต่างประเทศ เฉพาะภูเขาสูงมากกว่า 1,500 เมตร เท่านั้น ปี 2513 นักวิทยาศาสตร์ชาวยุโรป ได้ค้นพบสารไซนาริน ” มีคุณค่าทางอาหาร และยา นำมาบริโภคสด หรือปรุงอาหารได้ทุกส่วน หรือนำมาสกัดสารไซนาริน(Synarin) รับประทานเพื่อบำรุงรักษาสุขภาพได้ดี” ในยุคโบราณอาร์ติโช๊คเป็นอาหาร และยารักษาโรคของชาวอียิปต์ ชาวกรีก และชาวโรมัน และเป็นเมนูอาหารที่สำคัญในทุกงานเลี้ยงของกรุงโรม นอกจากจะเป็นอาหารเสริม แล้วยังมีสรรพคุณทางยา ดังนี้

1. ช่วยบำรุง กระตุ้นการทำงานของตับ ซึ่งตับเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ทำหน้าที่ในการสกัดสารพิษ หรือสิ่งแปลกปลอมออกจากกระแสโลหิต สร้างน้ำดีและน้ำย่อย และเปลี่ยนแปลงหรือสร้างสารอาหาร ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย

2. กระตุ้น การสร้างน้ำดีของตับ ทำให้มีประสิทธิภาพในการลดไขมัน (Chloresteral) ในเลือด ช่วยให้ระบบหลอดเลือดและหัวใจทำงานดี ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน

3. เสริมสร้างการทำงานของถุงน้ำดี ช่วยสร้างน้ำดีป้องกันถุงน้ำดีอักเสบ ซึ่งมักเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันมาก ทำให้ระบบการย่อยอาหารดี ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ มีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก

4. ช่วยป้องกันตับอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคดีซ่าน และโรคตับแข็ง (Cirrhosis) ในประเทศบราซิล อาร์ติโช๊ค เป็นยาสมุนไพรพื้นฐาน ที่ใช้รักษาอาการเจ็บป่วยของตับ และโรคอื่นหลายโรค ได้อย่างกว้างขวาง เช่น โรคโลหิตจาง เบาหวาน ไข้ รักษาบาดแผล และเกาส์

สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติม
www.artichoke.igetweb.com หรือ www.smethai.com/shop/gms
Tel: 081 627 1521, 02 888 9954 คุณวัลลภา

 

Post a Comment

<< Home