Friday, March 31, 2006

..สอบ..


วันนี้ขอเล่าเรื่องสมัยเด็กดีกว่า

ตอนที่ฝนตก นึกถึงตอนที่เป็นเด็กประถม ปีนั้นน้ำท่วมค่ะ โรงเรียนของดิฉันก็พลอยโดนด้วย ใครที่มีประสบการณ์อย่างนี้คงพอจะจำบรรยากาศได้บ้าง
จำได้ไหมคะว่า ตอนเป็นเด็ก เรามักจะดีใจที่ไม่ต้องไปโรงเรียน หรือไม่ถ้าท่วมไม่มากถ้าไปโรงเรียนได้ก็สามารถที่จะใส่รองเท้าฟองน้ำไปได้ และสมัยนั้นรองเท้าฟองน้ำจะน่ารักมาก จำได้ว่า เป็นสายเสือยี่ห้อบาจา ดิฉันล่ะชอบใส่มากเลย สรุปว่าพอมีน้ำท่วมเด็กๆจะสนุกมาก ไม่เคยคิดถึงพิษภัยของน้ำท่วมเลย

แล้วเทียบกับตอนที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วความคิดจะไม่เหมือนกับตอนเป็นเด็ก เราจะรู้สึกว่าอุทกภัยเป็นภัยที่ร้ายแรง สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว แต่อย่างไรก็ตามมันเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นธรรมชาติบันดาลให้เกิดขึ้นมา ไม่ใช่ภัยที่เกิดจากมนุษย์ก่อให้เกิดขึ้น

ดูสิพูดถึงเรื่องสมัยเด็ก แต่ไหงกลับวกเข้ากับเหตุการณ์ของบ้านเมืองอีกจนได้ แหะ แหะ ดิฉันน่ะพวกชอบเหน็บค่ะ อย่าถือสาหาความเลยนะคะท่านผู้อ่านขา
ช่วงที่เราอยู่ในวัยเรียน เรามักจะมีการสอบอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น test ,mid term หรือ final หรือาจจะเป็นสอบอะไรต่อมิอะไรมากมายจนจำไม่หวาดไม่ไหว แต่แทนที่จะเป็นความเคยชิน แต่ก็ไม่ชินสักที เกลียดจริงๆเลยนะคะเรื่องของการสอบเนี่ย ด้วยความที่ดิฉันเป็นคนที่เกลียดการบังคับจิตใจ ดังนั้นดิฉันเลยไม่ชอบอ่านหนังสือเรียน จริงๆ ชอบอ่านหนังสือ แต่ยกเว้นอย่างเดียวคือหนังสือเรียน ขอย้ำ หนังสือเรียนเท่านั้น

ไม่รู้เป็นไง ไม่ชอบอ่านหนังสือเรียน เชื่อไหมคะว่า สมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัย บางวิชาอ่านหนังสือคืนเดียวก็มี บางครั้งอ่านไม่จบเล่ม อ่านยันเช้า ก็หนังสือเล่มหนา300-400 หน้า ใครจะอ่านภายในคืนเดียวได้ ผลเป็นไงทราบไหมคะ ก็ได้ C มารับประทานสิคะคุณขา และวิชาอื่นๆที่เป็นวิชาท่องจำ ดิฉันก็ไม่ค่อยถนัด (ก็ไม่รู้มาก้าวเข้ามาในวิชาชีพนี้ได้ไงกันนี่!! งงเหมือนกัน)

ดิฉันไม่ชอบอ่านหนังสือไปสอบ ดังนั้นวิชาที่มักจะได้คะแนนดีๆ ก็คือวิชาที่ไม่ต้องอ่านหนังสือ โดยเฉพาะวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษนี่มักจะได้ A อยู่เรื่อย สมัยนั้น ภาษาไทยจะเน้นเรื่องการใช้ภาษา พอสอบ ก็จะเป็นข้อสอบที่ต้องมานั่งเขียน แต่งเรียงความ เขียนบทความส่งอาจารย์ ดิฉันก็เพ้อเจอไปเรื่อยเปื่อย

สืบเนื่องมาจนถึงเมื่อวันสองวันที่ผ่านมา ก็มีการสอบอย่างที่เล่าให้อ่าน แต่ไม่รู้แนวข้อสอบมาก่อน ดังนั้นเลยไม่รู้ที่จะอ่านหนังสือจากที่ไหน เพราะถ้าอ่านก็ต้องอาศัยการอ่านแบบหว่านค่ะ สรุปแล้ว ก็ต้องใช้กึ๋น และวิธีเดา เหอ เหอ ผลเป็นไงก็ต้องรอดูกันต่อไป

เพราะดิฉันไม่ได้อ่านหนังสือสอบ



( ภาพ :Victorian Garden โดย Chiu )

6 Comments:

At 11:55 AM, Blogger kwanmuang said...

การเรียนรู้อยู่คู่โลก คู่ชีวิต..หนังสือเป็นเป็นแก่นหนึ่งของการเรียนรู้ ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน และตลอดไป แม้สื่อ เทคโนโลยีอื่นมาเสียบก็จะไม่มีวันคลายหายไป..การสื่อสารทางเนทนี้ แม้ไม่เป็น Book เป็นเล่ม แต่แน่นอน เป็นตัวอักษร-หนังสือ สื่อถึงคุณเมย์ แฮปปี้ รีดดิ้ง ออลล์ ไทม์ เทอญ.

 
At 3:44 PM, Anonymous Anonymous said...

I don't know, why I miss you today?
Hope you fine na.........bt

 
At 12:15 AM, Blogger hospitalgirl said...

สวัสดีค่ะคุณลุง psid ..จริงๆ หนูชอบอ่านหนังสือ แทบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่เป็นกระดาษหรือ online เพียงแต่ว่า หนังสือที่ต้องมีการบังคับให้อ่าน หรือหนังสือที่ต้องอ่านเพื่อวัดผลเนี่ย หนูไม่เคยที่จะชอบเลยค่ะ หนูต่อต้านทุกทีสิน่า...ไม่รู้จะแก้ไขยังไงแล้วค่ะ :)

 
At 12:16 AM, Blogger hospitalgirl said...

ขอบคุณที่คิดถึงกันนะ คุณ bt..หวังว่าคงสบายดีเช่นกัน..คิดว่าไปใช้สิทธิ์ตามหน้าที่ของพลเมืองดีแล้วนะ

 
At 4:19 PM, Anonymous นกเล็ก said...

อ่า...มีกึ๊นนะเนี่ย ^_^

 
At 12:49 AM, Blogger hospitalgirl said...

อะไรกัน..นกเล็ก มาแซวเหรอ..เดี๋ยวเหอะ

 

Post a Comment

<< Home