Friday, April 28, 2006

..ช่วยชาติ..

ช่วงนี้ไปทางไหนก็มีแต่คนบ่นร้อน ..

ก็มันร้อนจริงๆนี่คะ ท่านผู้อ่านขา ที่ว่าร้อนนี่ไม่ได้ร้อนใจนะคะ แต่ร้อนเพราะอากาศมันร้อนจริงๆ ช่วงนี้เห็นบอกว่าขั้วโลกเหนือเอียงเข้าหาพระอาทิตย์ มนุษย์โลกที่อาศัยอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรจึงต้องรับอนิสงข์จากความแรงของแสงแดดไปตามๆกัน ก็อย่างที่เราๆท่านๆประสบอยู่นี่แหละ พอเห็นโลกร้อนๆอย่างนี้ ดิฉันคนหนึ่งล่ะอยากผลิตแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์แผงใหญ่ๆ ให้รู้แล้วรู้รอด เสียดายไม่มีความรู้เรื่องนี้ พูดให้ตายก็ไม่มีประโยชน์ เอาล่ะเราหยุดพูดถึงเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์กันดีกว่า เพราะพูดไปก็เซ็งเปล่าๆ

ดิฉันว่าปัจจัยหนึ่งที่ทำให้โลกร้อน ก็คือสิ่งที่ดิฉันกล่าวเอาไว้ตรงย่อหน้าข้างบนนี่แหละค่ะ ส่วนปัจจัยอื่นๆ ที่ยิ่งทำให้โลกร้อนไปกันใหญ่ก็คือฝีมือของเราๆท่านๆ ที่รักความสะดวกสบาย ชอบกันนักกับความเย็นฉ่ำ ของเครื่องปรับอากาศ ไอเย็นของมันทำให้เราฉ่ำชื่นหัวใจไปด้วย แต่เคยไหมคะ ที่จะไปยืนหรือนั่งบริเวณ compressor หูย!! คุณขา อากาศตรงนั้นมันร้อนอย่าบอกใครเชียว บางคนอาจจะถามว่าดิฉันนึกยังไงถึงได้อุตริไปนั่งใต้ compressor จริงๆไม่ได้อยากไป ณ บริเวณที่ว่านี้เท่าไรนักหรอกค่ะ แค่เดินเฉียดไป ก็รู้สึกถึงไอร้อนที่เครื่องปรับอากาศระบายออกมาแล้ว

เครื่องปรับอากาศเครื่องเดียวระบายความร้อนออกมาถึงขนาดนั้น แล้วในประเทศเรามีกี่ล้านเครื่องล่ะคะ คิดดูว่าไอร้อนที่ระบายออกมาจะมากแค่ไหน นี่แหละ สาเหตุหลักของความร้อนที่เราสัมผัสอยู่ทุกวันนี้ ยอมรับค่ะว่าดิฉันก็คนหนึ่งล่ะที่ทนร้อนไม่ค่อยได้ แต่ทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อเราตกอยู่ภายใต้วงจรนี้ ก็ต้องดำเนินชีวิตกันต่อไปภายใต้วงจรนี้แหละ แก้ไขไม่ได้แล้วนี่ หายากมากๆแล้วนะคะ สถานที่ที่จะไปนั่งให้สัมผัสไอเย็นจากลมธรรมชาติ

ลองไม่เปิดแอร์สิคะ คุณทนได้กันสักแค่ไหน? ..

หลายวันก่อนที่ดิฉันเล่าเรื่องไปเข้าค่าย ที่ค่ายทหารให้อ่านกัน คงยังพอจำกันได้ นี่ไงคะ วันนั้นแหละ ไม่มีเครื่องปรับอากาศ อากาศจากธรรมชาติจริงๆ ให้ตายเถอะ ลมก็แทบไม่มี ดิฉันก็พึ่งแป้งเย็นนี่แหละค่ะท่านผู้อ่านขา ทุกวันนี้ก็ยังใช้แป้งเย็นหลังจากอาบน้ำทุกครั้ง สอบถามจากเพื่อนในที่ทำงาน ก็นิยมแป้งเย็นเช่นกัน จากที่สำรวจในท้องตลาด มีหลายเจ้าอยู่เหมือนกันนะคะ ขอไม่เอ่ยดีกว่า เกรงว่าจะเอ่ยไม่หมด พูดถึงยี่ห้อที่ตัวเองใช้ดีกว่า ขอออกตัวก่อนว่าไม่ได้มาโฆษณาให้ (ท่าทางหน้าร้อนแบบนี้สินค้าของเขาคงขายดีอยู่แล้ว)

“แป้งเย็นตรางู” แทบทุกคนคงเคยได้ยิชื่อกันอยู่แล้ว ยี่ห้อนี้แหละที่ช่วยชีวิตของดิฉันได้ ตอนที่ไปเข้าค่าย ด้วยความที่เป็นคนที่อยากรู้อยากเห็นที่มาที่ไปของแป้งเย็น ไปหาข้อมูลจากที่ไหนก็ไม่เจอ กอรปกับด้วยความแปลกใจในชื่อ Prickly heat ด้วย

อันที่จริง prickly heat เป็นโรคผิวหนังผื่นคันเนื่องจากต่อมเหงื่ออักเสบ ผด prickly heat หรือศัพท์แพทย์เรียกว่า miliaria นั้นเป็นการอุดตันชั่วคราวของรูเปิดของท่อต่อมเหงื่อที่บริเวณผิวหนัง ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่เกิดสถานการณ์ที่จะกระตุ้นให้เกิดการหลั่งเหงื่อขึ้น แทนที่เหงื่อจะไหลออกมาข้างนอก เหงื่อก็จะอุดตันอยู่ในท่อต่อมเหงื่อและอาจทำให้ผนังของท่อต่อมเหงื่อแตก จึงเกิดการอักเสบของผิวหนังบริเวณข้างเคียงตามมาครับ พบว่าทุกคนมีสิทธิ์เป็นผดได้ทั้งนั้น(บางตำราอาจจะบอกว่าprickly heat เป็น ผดที่เกิดจากความร้อนทั่วไป)

สำหรับวิธีการดูแลรักษาผด หลักก็คือพยายามหลีกเลี่ยงอากาศที่ร้อนและชื้น เพราะจะทำให้เหงื่อออกมาก และมีโอกาสเกิดผดได้ง่าย ทั้งยังไม่ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่หนาและรัดเกินไป เพราะยิ่งทำให้เหงื่อออกและเสียดสีผิวหนังทำให้เกิดผดมากขึ้น ถ้าอากาศร้อนอบอ้าวควรอยู่ในห้องปรับอากาศก็จะช่วยลดการเกิดผดได้มาก ไม่ควรไปอยู่กลางแจ้งตอนแดดออกจัดๆ เพราะจะทำให้เหงื่อออกมากและเกิดผดได้

นี่กระมังไงคะ การเกิดผดจากความร้อน ทำให้มีคนคิดค้นแป้งเย็นขึ้นมา เพื่อลดอาการพวกนี้

แป้งเย็นตรางูนี่เห็นบอกว่าก่อตั้งมาตั้งแต่ ปี2435 นู่น ถึงตอนนี้ก็ร้อยกว่าปีมาแล้ว ตอนนั้น เป็นบริษัทที่นำเข้าจากสินค้าจากต่างประเทศ แล้ว มีสัญลักษณ์รูปงูถูกศรปักเป็นเครื่องหมายการค้า งู หมายถึงโรค ลูกศรปักหมายถึงการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ นี่ดิฉันอยู่วงการสุขภาพมาตั้งนาน ก็เพิ่งถึงบางอ้อเหมือนกันนะคะนี่

ผู้ก่อตั้งเป็นนายแพทย์ชาวอังกฤษค่ะ การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเริ่มแรกก็คงมาจากประเทศอังกฤษล่ะค่ะ แต่สังสัยว่าที่นั่นร้อนขนาดที่จะต้องใช้แป้งเย็นกันเลยหรือ อย่างไรก็ตามขอยกนิ้วให้ผู้ที่นำสินค้าชนิดนี้เข้ามาตั้งแต่แรกเริ่ม (ไปๆมาๆเราก็สามารถผลิตได้ในประเทศของเราเอง อิอิ)

แล้วสังเกตไหมคะว่า ตั้งแต่สมัยเราเป็นเด็กเราก็เห็นกระป๋องแป้งตรางูลักษณะเหมือนกระป๋องแป้งในปัจจุบันนี่แหละ คงความเป็นเอกลักษณ์ดีนะคะ นี่กระมังเป็นเหตุผลหนึ่งที่คนทั่วไปยังนิยมใช้ยี่ห้อนี้อยู่ (คิดว่าน่าจะเป็นเจ้าแรกที่ผลิตแป้งเย็นด้วยกระมัง)

สาเหตุที่ดิฉันหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา เพราะเห็นว่าอากาศมันร้อนเหลือหลาย และนึกชื่นชมคนสมัยก่อนที่คิดค้นและผลิตแป้งเย็นขึ้นมา อากาศร้อนๆแบบนี้ ทำให้คลายความร้อนไปได้มากพอสมควร ลองไหมคะ ลองปิดเครื่องปรับอากาศแล้วใช้แป้งเย็นแทน

ช่วยชาติประหยัดพลังงานไปได้เยอะเหมือนกัน

2 Comments:

At 7:44 AM, Anonymous someone said...

ใช้เหมือนกันเล้ย หลังอาบน้ำและก่อนนอนเย็นสบายดีจัง แต่ชอบแบบดั้งเดิมมากกว่าได้บรรยากาศเมื่อสมัยเด็กๆ ดี :-)

 
At 10:20 AM, Blogger hospitalgirl said...

สมัยเด็กๆไม่แน่ใจว่าเคยใช้รึเปล่าค่ะคุณ someone :)

 

Post a Comment

<< Home