Monday, April 10, 2006

..Take it easy..



สองสามวันที่ผ่านมายอมรับว่าไม่ค่อยได้ติดตามความเป็นไปของบ้านเมืองเลย

อันที่จริง การที่เราปิดหูปิดตากับบางเรื่อง ก็ดีต่อสุขภาพเราเหมือนกันนะคะ โดยเฉพาะสุขภาพจิต การดำเนินชีวิตตามปกติ และไม่เสพข่าวสักระยะ หนึ่ง ทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้น ดิฉันก็ได้พิสูจน์มาแล้ว

จะเล่าให้ฟัง เอ้ย!!อ่านก็ได้ค่ะ ว่าดิฉันใช้เวลาไปกับอะไรบ้าง ในช่วงเสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมา

วันเสาร์เป็นวันหยุด ดังนั้น สามารถตื่นสายยังไงก็ได้ ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเร่ง ใช้เวลาว่างไปเดินเล่นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เนื่องจาก เกือบจะเป็นวันสุดท้ายของการจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ (2สัปดาห์)

ไม่น่าเชื่อว่าร้านหนังสือจะละลานตาขนาดนี้ ถึงแม้ผู้คนจะมากมาย แต่ก็ไม่แออัดเท่าไรนัก พอจะเดินได้สบายๆ ที่สำคัญคือหาที่จอดรถได้ง่ายมาก (ปกติแล้วดิฉันมักจะอารมณ์เสียได้ง่ายๆ เวลาหาที่จอดรถไม่ได้ ) ดังนั้นแค่นี้ก็เป็นทุนที่ทำให้อารมณ์ดีไปทั้งวันได้แล้ว คนเรานี่ก็แปลก ครั้นจะอารมณ์ดีก็ดีได้โดยไม่ยากนัก แต่บางครั้งอยู่ๆ ก็อารมณ์เสียได้ง่ายๆเหมือนกัน

ตั้งใจจะไปซื้อหนังสือ ของ คุณวินทร์ เลียววาริณ และคุณปราบดา หยุ่น โดยเฉพาะ "ความน่าจะเป็นบนเส้นขนาน" หนังสือชุดนี้ (ดิฉันใช้คำว่า "ชุด"เนื่องจากทางสำนักพิมพ์ ผลิตออกมา 3เล่มแล้ว ซึ่ง ดิฉันก็มีในครอบครองทุกเล่ม ) ผู้เขียน จะเขียนโต้ตอบกัน ทางจดหมายอิเลคทรอนิคส์ เนื้อหาจะเป็นเหตุการณ์บ้านเมือง หรือไม่ก็เป็นเรื่องต่างๆรอบตัว ณ เวลานั้น

ก่อนที่จะซื้อหนังสือแต่ละเล่ม คุณผู้อ่านมีหลักในการเลือกซื้ออย่างไร ?

ดิฉันเอง อาศัยการเปิดดูรายละเอียดคร่าวๆก่อนค่ะ จำได้ไหมคะ มีคนเคยบอกว่า "หนังสือดี ไม่ใช่ดีแค่หน้าปก" บางทีปกสวย แต่เนื้อหาภายในไม่ถูกใจก็มี หนังสือของนักเขียนทั้งสองท่านที่ดิฉันกล่าวถึงนี่ก็เช่นกัน ไม่ใช่ว่า ดิฉันชอบอ่านทุกแนว นวนิยายบางเรื่องก็ไม่ตรงใจก็มี ดังนั้นเลือกซื้อแต่เล่มที่ตัวเองชอบ พูดง่ายๆ ดิฉันเน้นความเป็น reality ค่ะ เหตุผลนี้ ดิฉันจึงไม่ชอบอ่านนิยาย

อ้อ!! ไม่ลืมอีกคนหนึ่ง คือของ คุณ ชาติ ภิรมย์กุล นักเขียนท่านนี้ เด่นตรงที่ มุขตลกเยอะ อ่านมาสามสี่ประโยคก็ฮาแล้วค่ะ ดังนั้น เวลาเครียดๆ ก็หยิบมาอ่านได้เรื่อยๆ ขำ-ขำ

นี่ขนาดเดินยังไม่ทั่ว ก็เหนื่อยและเพลียเหลือเกินแล้ว (ดีที่ไม่ได้ใส่รองเท้าส้นสูงไป ไม่งั้น ทั้งเหนื่อยทั้งเมื่อย คงหงุดหงิดอีกเป็นแน่ ) หลังจากเดินไปได้สักพักใหญ่ๆ เราพากันเดินลงไปที่ food center หาไอศครีมรับประทาน ก็สดชื่นขึ้นมาได้บ้าง ผ่านไปบูธหนึ่ง สายตาก็เหลือบไปเห็น "ความน่าจะเป็นบนเส้นขนาน"เล่ม 4 เปิดดู เพิ่งพิมพ์เมื่อ เมษายน 2549 นี้เอง โห!! ออกมาสดๆร้อนๆ แล้วจะพลาดได้อย่างไรคะท่านผู้อ่านขา

สรุปแล้ว วันนั้น เราหิ้วหนังสือออกมาจากงาน 11เล่ม ของดิฉันเอง 4เล่ม แล้วคนใกล้ตัวอีก7เล่ม( แหะ แหะ เราเป็นคนที่รักการอ่านกันทั้งคู่) ลด 20% คิดว่าคุ้มนะคะ เพราะหนังสือ (ที่เป็นสิ่งพิมพ์แบบนี้ ) อย่างไรก็เก็บไว้ได้นาน อ่านแล้วก็ยังอ่านอีกได้

กลับมาจากงานสัปดาห์หนังสือ ดิฉันกับคนใกล้ตัวก็มานั่งทำหมูมะนาวรับประทานกันสองคน แค่นี้ก็สุขใจไปอีกหนึ่งวันแล้ว

จริงๆแล้ว เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเสพข่าวแล้ววิ่งตามสิ่งรอบตัวไปเสียทุกเรื่อง หันกลับมามองตัวเองและคนที่อยู่ข้างๆบ้าง และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกันอย่างง่ายๆ ดีกว่าเป็นไหนๆ ทำชีวิตให้ง่ายมันก็ง่าย ในทางกลับกัน ทำชีวิตให้ยากมันก็ยากค่ะ

อย่าคิดมากดีกว่าค่ะ เอาเป็นว่า คราวหน้า ดิฉันจะมานั่งเล่าเรื่องหมูมะนาวให้อ่านกันดีกว่า

( ภาพ : Lighthouse By Dawn โดย Chiu )

4 Comments:

At 12:39 PM, Anonymous Anonymous said...

อยากกินราเมน .. ^__^

 
At 4:30 PM, Blogger hospitalgirl said...

สวัสดีค่ะ คุณ anonymous...เรื่องของราเมน เดี๋ยวรอก่อนนะคะ..ได้ลิ้มรสแน่นอน อิอิ

 
At 10:26 AM, Anonymous someone said...

สวัสดีปีใหม่จ๊ะ คุณเมย์
เปียกน้ำไหมจ๊ะปีนี้ อย่างน้อยก็คงได้พรจากคุณพ่อ-คุณแม่เป็นศรีแก่ตัวในปีใหม่เนอะ
งานหนังสือครั้งที่ผ่านมาก็ไปตั้งแต่อาทิตย์แรกแล้ว ได้หนังสือมาเต็มเป้อีกตามเคยเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ได้เอาออกมาอ่านเลย เพราะของเก่าก็ยังอ่านไม่หมด ค่อยๆ ทยอยอ่านตามเวลาที่พอจะว่าง คาดไว้ว่าตอนแก่ก็คงจะได้อ่านอย่างที่อยาก "__"
ยิ้มรับวันทำงาน..อีกแว้ว....

 
At 2:55 PM, Blogger hospitalgirl said...

ตกลงอ่านครบรึยังคะคุณ someone..ขอโทษทีหายไปหลายวัน ไม่ได้มาตอบ ไม่ใช่เที่ยวสงกรานต์เพลินนะคะ..ติดเข้าค่ายค่ะ

 

Post a Comment

<< Home